Result

" กรณีกลุ่มชาวบ้านชุมชนล่ามช้างตำบลศรีภูมิชุมนุมคัดค้านสำนักพุทธให้เอกชนเช่าพื้นที่วัดต้นปูนทำโรงแรม "
" ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง "
ประเภทความขัดแย้ง
ความขัดแย้งด้านคุณค่า และความขัดแย้งด้านผลประโยชน์
ระดับการรับรู้ของสังคม
ระดับจังหวัด
ประเด็นความขัดแย้ง
กลุ่มชาวบ้านชุมชนล่ามช้าง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมชุมนุมถือป้ายแสดงพลังคัดค้านที่ พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์พร้อมอ่านแถลงการณ์คัดค้านสำนักพุทธศาสนาให้เอกชนเช่าพื้นที่วัดต้นปูนในเชียงใหม่อายุ 700 ปี เพื่อเช่าพื้นที่ไปทำโรงแรม

อ่านเพิ่มเติม >>

ความเป็นมา
เนื่องจากมีเอกชนรายหนึ่งกำลังยื่นขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมบนที่ดินพื้นที่เกือบ 2 ไร่ ที่เคยเป็นโรงเรียนอนุศึกษา ที่ตั้งอยู่ติดกับวัดล่ามช้าง ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นวัดร้างชื่อวัดต้นปูน และเป็นที่ดินสาธารณะ ซึ่งในอดีตที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของวัดล่ามช้าง ต่อมามีการตัดถนนผ่านวัดทั้งสองแห่ง ประมาณปี พ.ศ. 2510 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจึงเข้ามาดูแลแทน โดยอ้างว่าวัดล่ามช้างขาดสิทธิในการดูแลที่ดินดังกล่าวแล้ว จากนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนาจึงให้เอกชนเช่าใช้ประโยชน์ และในสัญญาเช่ามีการระบุวัตถุประสงค์ด้วยว่าเพื่อประกอบกิจการโรงเรียน แต่ปรากฏว่าเอกชนรายเดิมน่าจะมีการขายสิทธิ์การเช่าให้กับเอกชนรายใหม่ และมีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างโรงเรียนการโรงแรม ซึ่งความจริงคือ เป็นโรงแรม ชาวบ้านเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นวัดร้าง หากไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นโรงเรียนแล้ว ควรจะใช้ประโยชน์สาธารณะมากกว่านำไปแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์

อ่านเพิ่มเติม >>

คู่ขัดแย้งหลักและจุดยืน
กลุ่มชาวบ้านชุมชนล่ามช้าง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กับสำนักพุทธศาสนาจุดยืน กลุ่มชาวบ้านชุมชนล่ามช้าง และพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่คัดค้านสำนักพุทธศาสนาให้เอกชนเช่าพื้นที่วัดต้นปูนในเชียงใหม่อายุ 700 ปี เพื่อเช่าพื้นที่ไปทำโรงแรมอย่างถึงที่สุด

อ่านเพิ่มเติม >>

ผู้เกี่ยวข้องอื่น
กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐบาล
ระยะเวลา
พ.ศ. 2561
สถานะ
เคยมีความพยายามในการแก้ไขแต่หยุดชะงักไป
พลวัต
กลุ่มชาวบ้านชุมชนล่ามช้าง และพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ได้ชุมนุมถือป้ายแสดงพลังคัดค้านต่อสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยแถลงการณ์ยืนยันเจตนาดังต่อไปนี้ 1. เจ้าอาวาสซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.สงฆ์ และชาวบ้านที่อาศัยรอบบริเวณวัดขอมีส่วนร่วมในการดูแล อนุรักษ์ และรักษาผลประโยชน์การใช้พื้นที่วัดต้นปูน ตามที่รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย ฉบับล่าสุด มาตรา 50 (2) กล่าวว่า บุคคลมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติ (8) บุคคลมีหน้าที่อนุรักษ์มรดกทางวัฒธรรม มาตรา 57 (1) รัฐต้อง อนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติและจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสําหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องรวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการดําเนินการด้วย ดังนั้นจึงขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาชี้แจงสิทธิในการครอบครองที่ดินวัดต้นปูนว่า เพราะเหตุใดวัดล่ามช้างจึงขาดสิทธิในการดูแลพื้นที่ ทั้งๆที่เคยเป็นความดูแลของทางวัดมาก่อน 2. ตามรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย ฉบับล่าสุด ในมาตรา 59 ระบุว่ารัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก ดังนั้นจึงขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาเปิดเผยสัญญาเช่า เนื่องจากมีพยานบุคคลรับรู้มาตลอดว่า การเช่าพื้นที่นั้นเซ็นสัญญาปีละ 1 ครั้ง แต่ในภายหลังกลับอ้างว่าเป็นสัญญา 30 ปี เมื่อทางชุมชนขอดูเอกสารก็ได้รับคำตอบว่า สูญหายตอนน้ำท่วม 3. ขอให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาดูแล ตรวจสอบเรื่องเงินแผ่นดิน 4. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช) ดูแลเรื่องการตรวจสอบทุจริต 5. ขอให้เทศบาลนครเชียงใหม่เข้ามาตรวจสอบ ว่าสมควรจะอนุญาตหรืออนุมัติในการให้ก่อสร้างหรือไม่ หากสัญญาดังกล่าวมิได้ทำเพื่อประโยชน์ของชุมชน หรือส่งผลต่อประโยชน์สาธารณะ ขอให้เพิกถอนสัญญาที่ทำให้รัฐเสียหาย หรือการอนุญาตให้ใช้ที่ดินผิดประเภท ไม่เป็นไปตามวัตถุของการใช้ประโยชน์ในที่ธรณีสงฆ์ เพราะการอนุญาตให้สร้างโรงแรมในที่วัดย่อมอาจกระทบต่อความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาได้ 6. ขอให้วัดต้นปูนกลับมาอยู่ในความดูแลของวัดล่ามช้าง เพื่อป้องกันการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อันไม่เหมาะสมต่อการเป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ ในระหว่างดำเนินการทางวัดล่ามช้างขอใช้ที่ดินดังกล่าวในการสร้างโฮงเฮียนสล่าล้านนา และพร้อมจะจ่ายเงินค่าเช่าปีละ 6 หมื่นบาทซึ่งเป็นราคาเดียวกับผู้เช่ารายเดิม

อ่านเพิ่มเติม >>

ระดับความรุนแรง
ไม่มีความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและร่างกาย
วิธีการแก้ไข
การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่สุ่มเสี่ยงต่อการส่งผลกระทบต่อคุณค่าทางด้านจิตใจของประชาชนโดยรอบจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึง “เสียงของประชาชน” ซึ่งในกรณีนี้จะพบว่า “ช่องทางการสื่อสาร” ระหว่างภาครัฐและประชาชนถูกปิด ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันไป สถานการณ์ดังกล่าวมีผลอย่างยิ่งต่อระดับความขัดแย้งที่จะมีส่วนกระตุ้นให้ลุกลาม และขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น รัฐหรือองค์กรภาครัฐควรเปิดช่องทางการสื่อสารและชี้แจ้งกับประชาชนถึงรายละเอียด และข้อเท็จจริงของโครงการ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีรับฟังข้อคิดเห็น หรือการประชาพิจารณ์ ซึ่งจะช่วยให้เพิ่มมิติการพัฒนาที่ให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ซึ่งจะช่วยลดกระแสการคัดค้านของประชาชนในพื้นในระยะยาวต่อไป

อ่านเพิ่มเติม >>

ที่มาของข้อมูล
ข่าวสด. (2561). คนเชียงใหม่แสดงพลังค้าน นำวัด อายุ 700 ปี สมัยพระยามังราย สร้างเป็นโรงแรม. สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2561 จาก https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_1402139
ไฟล์ดาวน์โหลด
-

Gellary

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ภายใน

02-141-9600

สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น 5 ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.