Result

" คัดค้านโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองประ "
" ภาคใต้ จังหวัดพัทลุง อำเภอควนขนุน ตำบลพะนางตุง "
ประเภทความขัดแย้ง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (การบริหารจัดการน้ำ)
ระดับการรับรู้ของสังคม
ระดับท้องถิ่น
ประเด็นความขัดแย้ง
โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองประเกิดขึ้นเพื่อลดผลกระทบและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่เนื่องจากการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง แต่ชาวบ้านในพื้นที่คัดค้านจากการดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองประ เนื่องจากอาจทำให้เกิดตะกอนทับถมหน้าประตูระบายน้ำ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม >>

ความเป็นมา
กรมชลประทาน แจงกรณีชาวพัทลุงยื่นคัดค้านโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองประ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พัทลุง เนื่องจากกลัวว่าจะกระทบต่อระบบนิเวศ การท่องเที่ยว และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมหลายเดือนนั้น ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า โครงการคลองประอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดจากผู้นำชุมชนในเขคตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งประสบความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ในช่วงฤดูแล้ง ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือ โดยทรงมีพระราชกระแสรับสั่งความตอนหนึ่งว่า “สงสัยว่าจะได้น้ำเค็ม หรือไม่ก็น้ำเปรี้ยว เพื่อป้องกันน้ำเค็มให้ทำการควบคุมน้ำเค็มจากทะเลที่ปากประ ไม่ให้น้ำเค็มเข้ามาในคลองประในหน้าแล้งและเก็บน้ำจืดไว้ ถ้าน้ำแห้งในหน้าแล้งสงสัยว่าการสูบน้ำมากเกินไป น้ำจะกลายเป็นน้ำเปรี้ยว” กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริดังกล่าว โดยการวางโครงการก่อสร้างอาคารควบคุมน้ำ ปากคลองประ เพื่อป้องกันน้ำเค็มในทะเลหลวงไหลเข้าคลองประ และเก็บน้ำจืดไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม แล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2553 ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการสำรวจ ออกแบบโครงการฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน 2562สำหรับโครงการคลองประ อันเนื่องมาจากพระจากพระราชดำริ หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำจืดไว้ใช้และสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ จากพื้นที่รับประโยชน์เดิม 27,810 ไร่ เพิ่มพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่อีกประมาณ 21,990 ไร่ รวมพื้นที่รับประโยชน์ทั้งหมด 49,800 ไร่ ครอบคลุม 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง และ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ช่วยป้องกันการรุกตัวของน้ำเค็มเข้ามาในคลองประและคลองสาขา เป็นการพัฒนาระบบชลประทานริมคลองประและบริเวณโดยรอบ ทำให้สภาพดินมีความชุ่มชื้นตลอดปี รวมทั้งควบคุมดินบริเวณ ริมคลองประที่มีสภาพเป็นกรดจัด มิให้สัมผัสกับอากาศเกิดเป็นดินเปรี้ยวได้ เป็นการป้องกันไม่ให้มีการนำน้ำเค็มมาใช้ในการเพาะปลูก ซึ่งทำให้เกิดความเค็มตกค้างในดิน ก่อให้เกิดผลเสียต่อคุณภาพดินและผลผลิตลดลง อีกทั้งการพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่เปิดใหม่จะก่อให้เกิดโอกาสแก่ราษฎรในพื้นที่ที่ไม่เคยได้รับน้ำชลประทาน ได้มีโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตและมีรายได้ที่ดีขึ้นในส่วนของความกังวลใจของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการดำเนินโครงการคลองประฯ กรณีตะกอนทับถมและสารเคมีตกค้างในคลองประ ประตูระบายน้ำมีการเปิดบานพ้นน้ำตลอดเวลาในช่วงน้ำหลากซึ่งเป็นช่วงที่มีตะกอนในลำน้ำมาก ซึ่งตะกอนสามารถไหลผ่านประตูระบายน้ำลงไปยังทะเลหลวงได้ตามปกติ ส่วนการปิดบานประตูระบายน้ำ จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ และเป็นช่วงที่มีตะกอนในลำน้ำน้อย เนื่องจากเป็นช่วงแล้งหรือเป็นช่วงที่น้ำเค็มรุกตัวเข้ามาในคลองปากประ ซึ่งน้ำจะไหลย้อนจากทะเลหลวงเข้ามาในพื้นที่ จึงทำให้โอกาสที่จะเกิดตะกอนทับถมหน้าประตูระบายน้ำเกิดขึ้นได้น้อย อีกทั้งประตูระบายน้ำปากคลองประได้ออกแบบให้มีบานระบายตะกอนในกรณีที่ต้องการระบายตะกอนที่ตกทับถมอยู่หน้าประตูระบายอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่เป็นต้นเหตุของการปิดกั้นตะกอนในลำน้ำได้ ส่วนในด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของสัตว์น้ำ กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ แล้วเสร็จเมื่อปี 2553 และได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เมื่อปี 2557 โดยรายงานผลการศึกษาไว้ว่า ช่วงระยะเวลาที่สัตว์น้ำในพื้นที่จะขึ้นมาวางไข่ในพื้นที่ต้นน้ำนั้นจะเป็นช่วงเวลาน้ำหลากของปี ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวประตูระบายจะเปิดหรือยกบานระบายพ้นน้ำ เพื่อเป็นการระบายน้ำในพื้นที่อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่เป็นการปิดกั้นการเดินทางเพื่อวางไข่ของสัตว์น้ำตามที่หลายฝ่ายเป็นกังวล ทั้งนี้ ในสภาพน้ำหลาก ปริมาณน้ำสามารถระบายผ่านประตูระบายน้ำไปได้โดยไม่ถูกกีดขวาง อีกทั้งในกรณีที่น้ำในทะเลหลวงสูงกว่าในคลองปากประ ประตูระบายน้ำปากคลองประจะทำหน้าที่ร่วมกับประตูระบายน้ำปากคลองยวนและอาคารระบายน้ำริมทะเลหลวงอีก 6 แห่ง ในการป้องกันน้ำจากทะเลหลวงไหลเข้ามาในพื้นที่ ดังนั้น นอกจากประตูระบายน้ำปากคลองประไม่เป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่แล้ว ยังจะช่วยป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วยอย่างไรก็ตาม ประตูระบายน้ำคลองประตั้งอยู่ในคลองปากประ ห่างจากทะเลหลวงขึ้นมาทางด้านเหนือน้ำประมาณ 400 เมตร ซึ่งบริเวณปากคลองปากประจะมีลักษณะโค้ง จากระยะห่างและลักษณะของลำน้ำดังกล่าว จึงไม่มีผลกระทบกับทัศนียภาพของแหล่งท่องเที่ยวยอยักษ์ในทะเลหลวง อีกทั้งตัวประตูระบายน้ำปากคลองประ ถูกออกแบบโดยผสมผสานสถาปัตยกรรมท้องถิ่น เพื่อความสวยงามและกลมกลืนกับพื้นที่อย่างลงตัว สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของจังหวัดพัทลุงได้ในอนาคตอีกด้วย อนึ่ง โครงการชลประทานพัทลุง และสำนักงานออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทานร่วมกับจังหวัดพัทลุงจะจัดให้มีการประชุมชี้แจงรายละเอียดการดำเนินโครงการคลองประอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้นำชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2561 มีกลุ่มประชาชนบ้านคลองปากประจังหวัดพัทลุง ได้มาชุมนุมกันเพื่อแสดงความคิดเห็นและคัดค้านการก่อสร้างโครงการประตูน้ำคลองปากประต่อรัฐบาลและกรมชลประทานผ่านสื่อสาธารณะโดยมีแกนนำคือ นายโอภาส หนูชิต มีผู้มาชุมนุมกันประมาณ200 คนในเวลาต่อมามีนายอำเภอเมืองพัทลุงเข้ามาเจรจาและนัดหมายขอเชิญแกนนำเข้าร่วมประชุมกันอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม 2561 ณ ห้องประชุมโครงการชลประทานพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพื่อหาข้อยุติการชุมนุม ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมมีความพึงพอใจและได้แยกย้าย กันกลับไป

อ่านเพิ่มเติม >>

คู่ขัดแย้งหลักและจุดยืน
1. ชาวบ้านอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงคัดค้านจากการดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองประ เนื่องจากอาจทำให้เกิดจะเกิดตะกอนทับถมหน้าประตูระบายน้ำ2. กรมชลประทานระบุโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองประช่วยลดผลกระทบและความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง

อ่านเพิ่มเติม >>

ผู้เกี่ยวข้องอื่น
1. ผู้นำชุมชน2. นายอำเภอเมืองพัทลุง 3. กลุ่มช่างภาพ4. กวีซีไรต์5. ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง 6. บริษัทที่ปรึกษา
ระยะเวลา
พ.ศ. 2561
สถานะ
กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข
พลวัต
โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองประ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นั้นเกิดขึ้นโดยกรมชลประทานเพื่อลดผลกระทบและให้ความช่วยความเดือดร้อนชาวบ้านในพื้นที่อันเนื่องจากการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง สามารถเก็บกักน้ำจืดไว้ใช้และสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ แต่ชาวบ้านในพื้นที่คัดค้านจากการดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองประ เนื่องจากอาจทำให้เกิดจะเกิดตะกอนทับถมหน้าประตูระบายน้ำ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม >>

ระดับความรุนแรง
ไม่มีความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและร่างกาย
วิธีการแก้ไข
กลยุทธ์ของการจัดการความขัดแย้งเพื่อแก้ไขปัญหา คือ 1. หนังสือขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานกรุณาธิคุณให้กรมชลประทานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้ง 2 หมู่บ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองปากประซึ่งประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วงหน้าแล้ง2. ประชาชนออกมาเรียกร้อง และคัดค้านโครงการดังกล่าว ด้วยการส่งหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังนายกรัฐมนตรี โดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง3. การรับฟังข้อคิดเห็น เสนอแนะ งานสำรวจ ออกแบบ โครงการคลองประ (คลองปากประ) อันเนื่องมาจากพระราชดำริปัจจัยที่จะสนับสนุนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง คือ 1. ชาวบ้านมีการส่งไลน์ และเฟซบุ๊กไปทั่วประเทศเพื่อสร้างแรงกระตุ้นต่อปัญหาที่เกิดขึ้น2. แหล่งทรัพยากรทางอาหารในพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงอันเกิดจาการดำเนินโครงการ.

อ่านเพิ่มเติม >>

ที่มาของข้อมูล
1. สัมภาษณ์ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ 2. มติชนออนไลน์ “กรมชลฯแจง สร้างประตูน้ำคลองประ พัทลุงตามความต้องการชุมชน ป้องกันน้ำเค็ม ดินเปรี้ยว” วันที่ 5 ตุลาคม 2561 จากhttps://www.matichon.co.th/economy/news_1163882 3. สถานีวิทยุ ตชด.104 หาดใหญ่ “ชาวบ้าน 2 ฝั่งคลองปากประ อ.เมือง จ.พัทลุง 200 คน ลุกฮือคัดค้านการก่อสร้างประตูน้ำ” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม2018 จาก http://policeradio104.com/2018/
ไฟล์ดาวน์โหลด
-

Gellary

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ภายใน

02-141-9600

สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น 5 ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.