Result

" ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง พื้นที่อำเภอแก่งหางแมว "
" ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี อำเภอแก่งหางแมว "
ประเภทความขัดแย้ง
การจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์
ระดับการรับรู้ของสังคม
ระดับชาติ
ประเด็นความขัดแย้ง
ปัญหาช้างป่าเข้ามาทำร้ายชาวบ้าน และ ทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวไร่ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี

อ่านเพิ่มเติม >>

ความเป็นมา
ผ่านมาแล้วกว่า 10 ปี ยังไม่มีหนทางแก้ไข ปัญหาช้างป่าลงไปหาอาหารในสวนของชาวไร่ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี แม้จะมีมาตรการเฝ้าระวังช้างป่าของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และ อาสาสมัคร แต่ปัจจุบันยังพบช้างเข้าไปหากินในแหล่งชุมชน การออกจากป่าเข้ามาหากินในชุมชนยามค่ำคืน ของ "เจ้าด้วน" ช้างป่าในพื้นที่แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติ สำหรับชาวบ้านหมู่ 5 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เพราะพบเห็นเป็นประจำกันมานานหลายปี ชาวบ้าน เล่าว่า ที่ตั้งชื่อว่า "เจ้าด้วน" เป็นเพราะใบหูด้านซ้ายมีรอยแหว่ง ที่ผ่านมา มันมักชอบออกมาหากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน ที่อยู่บริเวณแนวชายป่า ตามลำพัง และหลายครั้ง ก็มักจะเดินเลยเข้ามาในเขตชุมชน เพื่อกินเศษอาหารในถังขยะ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ และจะกลับเข้าป่าไปในตอนเช้า เราเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของช้างป่าตัวนี้อยู่นาน พบว่า แม้จะมีลักษณะไม่ดุร้ายและดูคุ้นเคยกับคน แต่ทว่าการออกมาหากินนอกพื้นที่ป่าได้สร้างเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่และอาสมัครซึ่งเป็นทีมเฝ้าติดตามพฤติกรรมช้าง เพื่อหาแนวทางป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพืชผลทางการเกษตร ซึ่งทีมข่าวไทยพีบีเอสได้ติดตามเข้าร่วมภารกิจด้วยด้วยสภาพพื้นที่ของ อ.แก่งหางแมว ที่มีแนวเขตติดต่อกับป่าสงวนแห่งชาติ กว่าร้อยละ 95 จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ พบเห็นช้างป่าที่นี่ ขณะเดียวกันการเพิ่มจำนวนประชากรช้าง ภายใต้แหล่งหากินที่ถูกจำกัดและแหล่งน้ำที่ลดลง ก็เป็นปัจจัยร่วมที่ถูกมองว่า กระตุ้นให้ช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน ที่มีอยู่กว่า 500,000 ไร่ รอบผืนป่า จุดแรกที่ เฝ้าสังเกต คือ บริเวณสันเขาฆ้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า เป็นที่อาศัยของช้างป่า โดยเจ้าหน้าที่ทำแนวปิดกั้นทางออกบังคับเส้นทางให้ช้าง ที่จะเดินมายังหมู่บ้านกลับเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ "เขาอ่างฤาไน" แต่หลังจากที่เราเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่นานนัก พบว่า มีช้างป่าโขลงหนึ่ง พยายามเดินลงมา เจ้าหน้าที่จึงเริ่มปฏิบัติการ ด้วยการขยับเข้าไปประชิดแนวสันเขาเพื่อกดดันช้าง ไม่นานนัก ช้างป่าทั้งโขลงหันหลังเดินกลับเข้าป่าไปด้วยความเงียบ แต่เช้าวันถัดมาเจ้าหน้าที่กลับได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าเมื่อคืนนี้มีช้างป่า ลงมาหาอาหารในสวนยางพารานอกจากพื้นที่ หมู่ 5 ต.พวา ที่ได้รับความเดือดร้อน พื้นที่ใกล้เคียง อย่าง หมู่ 4 ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน นายบรรเจิด จักรบวรพันธ์ เจ้าของสวน พื้นที่กว่า 150 ไร่ รายนี้ บอกว่า ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีช้างป่า 2-3 ตัว เข้ามาหากินในสวน จนผลผลิตได้รับความเสียหาย เขาเคยทำรั้วปล่อยกระแสไฟฟ้าป้องกันช้างแต่ก็ยิ่งทำให้ช้างป่าอาละวาด ทุกวันนี้ได้แต่ทำใจและเฝ้าระวังเท่าที่ทำได้จากข้อมูลของเทศบาลตำบลพวาย้อนหลังตั้งแต่ปี 2558 - 2560 พบมีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้าย พิการ เกือบทุกปีมูลค่าความเสียหายทางการเกษตรและการจ่ายเงินชดเชยของรัฐรวมแล้วกว่า 443,856 บาท สะท้อนว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ผ่านมายังไม่ได้ผลมากนักทีมข่าวไทยพีบีเอสได้ขอติดตามเจ้าหน้าที่เข้าร่วมภารกิจเฝ้าสังเกตพฤติกรรมช้างโขลงเดิม เป็นคืนที่ 2 หลังได้ข้อมูลว่า ช้างโขลงนี้ย้ายจากเขาฆ้องลงมาบริเวณเกาะกลางธีระพงศ์ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 4 กิโลเมตรจากรอยเท้าพบว่าโขลงนี้ มีมากกว่า 20 ตัว และกำลังมุ่งหน้าไปยังเส้นทางป่าอนุรักษ์จากการติดตาม พบว่าร่องรอยสุดท้ายสิ้นสุดที่ลำธารคลองประแกด รอยต่อหมู่ 8 ซึ่งมีอาสาสมัครอีกกลุ่ม เฝ้าระวังไม่ให้ช้างออกนอกเส้นทาง สุเทพ สุริยะเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ จากการติดตามภารกิจตลอด 2 คืน ที่ผ่านมา ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้เห็นถึงความพยายามในการจัดการปัญหาช้างป่า ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ ทั้งเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ในระดับพื้นที่ ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาระดับนโยบาย ขณะนี้มีการเร่งผลักดัน "แก่งหางแมวโมเดล" ซึ่งเป็นรูปแบบการแก้ไขปัญหาช้างป่า ที่นอกจากจะเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่าง กำแพงดิน คูน้ำ เพื่อป้องกันช้าง ยังมีแนวทางการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับท้องถิ่น แต่การตั้งงบประมาณไว้สูงถึง 1,000 ล้านบาท ก็ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับ

อ่านเพิ่มเติม >>

คู่ขัดแย้งหลักและจุดยืน
1. ชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้าย และทำลายพื้นที่เกษตรกรรมต้องการได้รับการแก้ไขปัญหา 2. ช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านและทำร้ายชาวบ้าน

อ่านเพิ่มเติม >>

ผู้เกี่ยวข้องอื่น
:1. พนักงานป่าไม้ชำนาญการ 2. องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง 3. สื่อมวลชน
ระยะเวลา
ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 - 2561
สถานะ
กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข
พลวัต
เนื่องจาก ยังไม่มีหนทางแก้ไข ปัญหาช้างป่าลงไปทำลายผลผลิตทางเกษตรของชาวไร่ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี จึงมีการร่วมมือ ทั้งเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และเกษตรกรในระดับพื้นที่เพื่อร่วมแก้ไขปัญหานี้ สถานการณ์จึงคลี่คลาย

อ่านเพิ่มเติม >>

ระดับความรุนแรง
มีความเสียหายต่อทรัพย์สินและร่างกายโดยมีผู้บาดเจ็บ
วิธีการแก้ไข
กลยุทธ์ของการจัดการความขัดแย้งเพื่อแก้ไขปัญหา คือ การหาทางออกระหว่างฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง (ร่วมมือกันทั้งเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และเกษตรกรในระดับพื้นที่ ร่วมหาวิธีแก้ไขปัญหานี้)

อ่านเพิ่มเติม >>

ที่มาของข้อมูล
ไทยพีบีเอสออนไลน์. “อาณาจักรช้างแก่งหางแมว กับปัญหาช้างหากินแหล่งชุมชน” 10 กุมภาพันธ์ 2561. (https://news.thaipbs.or.th/content/270110)ผู้จัดการออนไลน์. “ชาวบ้านแก่งหางแมวนำผลไม้เทกองให้ช้างป่าลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง.” 3 มีนาคม 2557. (https://mgronline.com/local/detail/9570000024240)
ไฟล์ดาวน์โหลด
-

Gellary

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ภายใน

02-141-9600

สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น 5 ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.