Result

" ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน "
" ภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอท่าตะเกียบ,สนามชัยเขต "
ประเภทความขัดแย้ง
การจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์
ระดับการรับรู้ของสังคม
ระดับชาติ
ประเด็นความขัดแย้ง
ชาวบ้าน ต้องการให้เจ้าหน้าที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ควบคุมและดูแลไม่ให้ช้างป่าเข้ามาทำลายพืชผล

อ่านเพิ่มเติม >>

ความเป็นมา
การเพิ่มจำนวนของช้างป่าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา จนเกิดปัญหาช้างล้นป่า ทำให้ขาดแคลนอาหาร จนรุกเข้ากินผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้าน และออกมาดักปล้นบรรทุกอ้อย มันสำปะหลัง ที่แล่นผ่านทางหลวงหมายเลข 3259 นั้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2554ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจตามแนวตะเข็บเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนจ.ฉะเชิงเทรา บริเวณทางหลวงสาย 3259 เป็นเส้นทางรอยต่อระหว่าง จ.สระแก้ว และ จ.ฉะเชิงเทรา ผ่านป่าตอนบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนอีกครั้ง ปรากฏว่าตลอดริมเส้นทางพบเห็นช้างป่าจำนวนหนึ่งออกเดินหากินและเดินข้ามถนนไปมาตามปกติทำให้รถยนต์ที่สัญจรบนถนนดังกล่าวต้องหยุดชะลอให้ช้างป่าผ่านไปก่อนนอกจากนี้ยังพบว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนสัตว์ป่า และช้างตายบ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่จึงตั้งจุดตรวจตั้งแต่คลองกลาง อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา และหน่วยพิทักษ์มหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ระยะทางประมาณ 15 กม. และประกาศกำหนดใช้ถนนในเวลา 05.00-21.00 น. และปิดถนนตั้งแต่เวลา 21.00-05.00 น. ขณะที่พื้นที่โดยรอบเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ส่วนใหญ่มีการทำการเกษตร อาทิ มันสำปะหลัง กล้วย และมะละกอ และพบเห็นช้างออกมากินพืชไร่มีบางส่วนเสียหาย แม้ว่าชาวบ้านทำรั้วไฟฟ้า แต่ไม่สามารถป้องกันช้างเข้ามาทำลายพื้นที่ทางการเกษตรได้ ส่วนนายบุญชู อยู่ภู่ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ปัญหาช้างล้นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่เหมาะสมเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยช้างป่ามีพื้นที่เพียง 36.6 เปอร์เซ็นต์ และพื้นที่ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงมีต้นไม้เล็กเติบโตแทรกเกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่อาศัยช้างลดลง จากการสำรวจพบช้างป่าอาศัยอยู่มากกว่าพื้นที่ทั่วไป 2.04 เท่า หรือเขตรองรับช้างป่าได้ร้อยละ 48.80 ของพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด หรือคิดเป็นความหนาแน่นรวมประมาณ 0.093 ตัวต่อ ตร.กม. จึงเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับประชากรช้างป่าได้จำนวน 160 ตัวเท่านั้น นายบุญชูกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีช้างป่าประมาณ 250-270 ตัว จากการวิจัยอัตราเพิ่มช้างป่าปีละประมาณ 20 กว่าตัว และมีแนวโน้มสูงขึ้น จึงเกินกว่าพื้นที่ป่ารองรับช้างป่าได้ โดยมีช้างป่า 70-80 ตัว หากินป้วนเปี้ยนอยู่ตามแนวชายป่า และออกไปตามพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน จนความขัดแย้งกันระหว่างคนกับช้างป่าเข้าขั้นวิกฤติแล้ว ในช่วงปี 52-53 มีช้างป่าออกหากินและทำลายพืชผลทางการเกษตรราษฎร อ.ท่าตะเกียบ 114 ครั้ง และมีช้างป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไนเสียชีวิต 20 ตัว โดยเกิดจากปัญหาบุกรุกพื้นที่เกษตร 9 ตัว สาเหตุจากธรรมชาติ 5 ตัว อุบัติเหตุจากรถชน 3 ตัว จากการล่าเอางา 1 ตัว และเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ 2 ตัว ซึ่งนับเป็นเรื่องวิกฤติแล้ว นางโซไรดา ซาลวาลา มูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าวว่า ช้างป่าล้นป่าทำลายพืชการเกษตรชาวบ้าน เรื่องนี้น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นสาเหตุทำให้ช้างป่าต้องถูกล่า และทำร้าย เพราะความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างอาจส่งผลต่อช้างถูกทำร้าย และถูกฆ่าตายเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย อดีตไม่มีใครอยากทำร้าย แต่หากไม่มีการแก้ไขช้างออกมาทำลายพืชการเกษตรอาจทำให้ชาวบ้านถูกกดดันจนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ต้องทำร้ายช้างขึ้น ยิ่งจะทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรง โดยตั้งแต่ปี 2536-2553 รพ.ช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง รักษาและบริบาลช้างเจ็บป่วยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แยกเป็นช้างป่วยใน 531 ราย ช้างป่วยนอก 531 ราย สัตวแพทย์สัญจร 2,176 ราย รวมทั้งสิ้น 3,238 ราย22 พฤศจิกายน 2557 มีการสำรวจจำนวนช้างพบว่า ที่ป่าเขาอ่างฤาไนมีช้างป่าอยู่ราว 400 เชือก แต่ละเชือกจะหาอาหารในพื้นที่กว้างราว 4,300 ไร่ ในขณะที่ผืนป่าเขาอ่างฤานัยมีพื้นที่อยู่ทั้งหมด 683,750 ไร่ ทำให้ช้างมีแหล่งอาหารไม่พอกิน เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าพื้นที่ป่า 1,079 ตารางกิโลเมตรนี้ จะถึงจุดอิ่มตัวในการรอบรับประชากรช้างป่าในไม่ช้า และจะยิ่งมีช้างป่าออกมาหากินในที่ดินชาวบ้านมากขึ้นผู้อำนวยการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) บอกว่าการเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ โดยการปลูกพืชที่ช้างกินได้ และทำโป่งเทียมในป่า คือสิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ แต่ว่าโป่งเทียมก็เป็นเพียงอาหารเสริม ของสัตว์ไม่ใช่อาหารหลัก ที่ผ่านมาเจ้าหน้าป่าไม้ที่นี่ได้ปลูกพืชกินได้เพื่อแก้ปัญหาช้างออกมาทำลายพืชผลชาวบ้านแต่ก็ไม่เพียงพอ ล่าสุดเตรียมทำคูกั้นช้างยาว 100 กิโลเมตรตามชายป่าเขาอ่างฤาไน ฝั่งอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจะลงมือทำในปลายปีนี้ เพื่อแก้ปัญหาคนกับช้าง 24 พ.ย. 2560 นายสุวิทย์คำดีผวจ.ฉะเชิงเทราเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนของอำเภอสนามชัยเขต อำเภอท่าตะเกียบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เจ้าหน้าที่ป่าไม้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนจิตอาสาอาสาตั้งชุดเฝ้าระวังติดตามผลัดดันโดยเฉพาะมุ่งเน้นการป้องกันช้างป่าไม่ให้เข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าว หรือเข้าไปใกล้ชุมชน ซึ่งก็ได้ผลในระดับที่น่าพอใจแต่เนื่องจากช้างป่าซึ่งเดิมมีจำนวนมากอยู่แล้ว เกิดเรียนรู้พฤติกรรมของคนจึงกระจายออกเป็นกลุ่มเล็ก กลุ่มละ 10 – 30 ตัว แยกกันออกหากิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องปรับแผนการทำงาน ซึ่งต้องเพิ่มจำนวนชุดเฝ้าระวังติดตามมากขึ้น ด้วย จึงสั่งการให้อำเภอทั้งสองอำเภอ ได้ฝึกทักษะและวิธีการผลักดันหรือไล่ต้อนช้าง แก่เจ้าหน้าที่ในแต่ละชุดเพื่อเพิ่มความเข้มและเน้นความปลอดภัยทั้งฝ่ายของเจ้าหน้าที่และช้างป่า ที่อาจจะประจันหน้ากัน นอกจากนี้ยังสั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดจัดทำโครงการ การเลี้ยง โค กระบือให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ที่สนใจ โดยจัดตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมาซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้มากขึ้นมากกว่าการเกษตรแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนพื้นที่การเกษตร ที่มีผลผลิตที่เป็นอาหารช้างป่าเป็นการเลี้ยงสัตว์แทน นายสุวิทย์คำดี ผวจ.ฉะเชิงเทรา กล่าวด้วยว่า ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวเนื่องจากคูกันช้างในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีระยะทางถึง 163กม.และมีจุดเข้าออกของช้างป่าจำนวนมาก หากนำมาประติดประต่อกันจะรวมเป็นระยะทางถึง 17 กม.ก็จะดำเนินการ สร้างรั้วกันช้างในจุดที่เป็นทางเข้าออกของช้างป่าเป็นประจำเป็นเสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง ขนาดความหนา1 ฟุต สูง 6 เมตร ขุดฝังดิน 2.5 เมตร สูงจากพื้นที่ดิน 3.5 เมตร แต่ละช่วงมีความห่างกัน 3.5 เมตรแล้วนำเหล็กข้ออ้อย มาร้อยเชื่อมติดกับเสา ห่างกันช่วงละประมาณ 80 ซม. ขณะนี้การไฟฟ้าฉะเชิงเทราได้สนับสนุนเสาไฟฟ้า จำนวน 40 ต้น มาดำเนินการก่อสร้างในจุดที่สุ่มเสี่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว และในอนาคตจะจัดหาเสาไฟฟ้ามาสนับสนุนอีกจำนวน 100 ต้น โดยจัดไปให้อำเภอสนามชัยเขตและอำเภอท่าตะเกียบอำเภอละ 50 ต้น ส่วนเหล็กข้ออ้อยและการดำเนินการก่อสร้าง ได้สั่งการให้ อบต.ในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ รับไปดำเนินการ และในปี 2562 กรมอุทยานแห่งขาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ได้ตั้งงบประมาณดำเนินการไว้แล้วและเพื่อให้การก่อสร้างรั้วกันช้างแบบกึ่งถาวร ครอบคลุมไปตามแนวคูกั้นช้างทั้ง 163 กม.ได้รวดเร็วและเพียงพอ จะดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนตลอดจนห้างหุ้นส่วน ผู้ประกอบการต่างๆ ร่วมกันรับเป็นเจ้าภาพ ในการดำเนินการสร้างรั้วก้นช้างโดยใช้เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรงด้วย ส่วนในเรื่องของการสร้างแหล่งน้ำแหล่งอาหารเพิ่มเติมให้ช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนนั้น ส่วนหนึ่งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เตรียมพันธุ์พืชที่เหมาะสมไว้แล้วบางส่วน ซึ่งจังหวัดจะจัดหาสนับสนุนเพิ่มเติมให้อีก รวมทั้งการสร้างฝายมีชีวิต ขณะนี้มีผู้บริจาคกระสอบไว้แล้วจำนวน 80,000กระสอบรวมทั้งการจัดสร้างโป่งเทียม ก็ต้องทำควบคู่กันไปด้วยซึ่งต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว ส่วนการผลักดันช้างให้กลับคืนสู่ผืนป่านั้น ขณะนี้ผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าว เกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวใกล้จะหมดแล้ว ซึ่งได้ร่วมกันกำหนดทำแผนผลักดันช้างให้กลับเข้าป่าเขาอ่างฤาไน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่15 ม.ค. นี้

อ่านเพิ่มเติม >>

คู่ขัดแย้งหลักและจุดยืน
1. ชาวบ้านต้องการให้เจ้าหน้าที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ควบคุมและดูแลไม่ให้ช้างป่าเข้ามาทำลายพืชผลของพวกตน 2. เจ้าหน้าที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ต้องดูแลช้างป่าเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย

อ่านเพิ่มเติม >>

ผู้เกี่ยวข้องอื่น
1.ผู้สื่อข่าว 2.เจ้าหน้าเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน 3.หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน 4.มูลนิธิเพื่อนช้าง 5.ผู้อำนวยการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 6.ผวจ.ฉะเชิงเทรา 7.สื่อมวลชน
ระยะเวลา
ตั้งแต่ พ.ศ. 2554 - 2561
สถานะ
กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข
พลวัต
ปัญหาการบุกรุกป่า การตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ช้างป่าได้ออกมาหากินและได้ทำลายพืชผล บ้านเรือน หรือบางครั้งทำให้ผู้คนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทางกรมอุทยานฯ และนักวิชาการได้พยายามหาทางแก้ไข ปัญหาโดยการลดช่องว่างระหว่างคนกับช้าง เพื่อไม่ให้ทั้งคนและช้าง เกิดอันตรายหรือบาดเจ็บจนถึงขั้นเสียชีวิต

อ่านเพิ่มเติม >>

ระดับความรุนแรง
มีความเสียหายต่อทรัพย์สินและร่างกายโดยมีผู้เสียชีวิต
วิธีการแก้ไข
กลยุทธ์ของการจัดการความขัดแย้งเพื่อแก้ไขปัญหา คือ การเจรจาหาทางออกร่วมกันของฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง และการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

อ่านเพิ่มเติม >>

ที่มาของข้อมูล
ไทยรัฐ. “ตะลึง 2 ปีล้ม 20ตัว จี้แก้ปมขัดแย้งคนกับช้างป่า” 18 กรกฎาคม 2554.(https://www.thairath.co.th/content/187113)ศูนย์ข่าวทีนิวส์ภาคตะวันออก “ทางออกที่ดีที่สุด แก้ปัญหาช้างบุกระยะยาว” 24 พ.ย. 2560. (https://www.tnews.co.th/contents/382318)ข่าวเดลินิวส์. “แหล่งรวมพันธุกรรมช้างป่าเขาอ่างฤาไน ช่วยกันอนุรักษ์ลดปัญหาขัดแย้งคนกับช้าง” 13 มีนาคม 2557. (https://www.dailynews.co.th/article/222317)บล็อกโอเคเนชั่น. “วิกฤตคนกับช้าง ที่เขาอ่างฤาไน” 22 พฤศจิกายน 2557.(http://oknation.nationtv.tv/blog/tanpisit/2014/11/22/entry-1)
ไฟล์ดาวน์โหลด
-

Gellary

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ภายใน

02-141-9600

สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น 5 ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.