Result

" ประท้วงการใช้กฎหมายห้ามเรือประมงผิดกฎหมาย "
" ภาคกลาง จังหวัดสมุทรสงคราม "
ประเภทความขัดแย้ง
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ระดับการรับรู้ของสังคม
ระดับชาติ
ประเด็นความขัดแย้ง
กลุ่มตัวแทนสมาคมประมงสมุทรสงคราม สมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม สหกรณ์ประมงแม่กลอง และสหกรณ์ประมงบางจะเกร็งบางแก้ว จังหวัดสมุทรสงคราม ขอให้ทบทวนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดความเดือดร้อนของชาวประมง และขอคัดค้านการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับ ที่ 188

อ่านเพิ่มเติม >>

ความเป็นมา
วันที่ 21 ก.ย.2560 เวลา 02.00 น. ที่ตลาดปลาแม่กลอง ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม นำผู้ประกอบการตลาดปลา แพปลา ท่าเทียบเรือ และเรือประมง กว่า 3,000 คน ใส่เสื้อสีดำ มีคำว่าต่อต้านEU เพื่อแสดงพลังให้สหภาพยุโรป(อียู)เห็นว่า การที่อียูเสนอให้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมของประเทศ(ไอยูยู)ที่ผ่านมานั้น ได้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมงไทยเป็นอย่างมาก บางรายสูญเสียทรัพย์สินและไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เศรษฐกิจโดยรวมภาคประมงเสียหายไปแล้วกว่า 5 แสนล้านบาทนายมงคล กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีความจริงใจแก้ไขปัญหาสหภาพยุโรปอย่างเต็มที่ และเกินศักยภาพที่เราจะทำได้ เนื่องจากประมงนอกน่านน้ำซึ่งมีเรือกว่า 1,000 ลำ เสียหายไม่ต่ำกว่า 60,000 ล้านบาท ขณะที่เรือประมงในประเทศเคยมีกว่า 40,000 ลำ ปัจจุบันเหลือเพียง 10,600 ลำ ในจำนวนนี้ยังไม่สามารถออกทำการประมงได้อีก 3,500 ลำ เพราะขาดแคลนแรงงานนายมงคล กล่าวว่าเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ชาวประมงได้ทำหนังสือเปิดผนึกยื่นที่สถานทูตอียูประจำประเทศไทย เพื่อขอให้อียูหยุดคุกคามประเทศไทยและชาวประมงไทย เนื่องจากที่ผ่านมาอียูได้เข้ามาบงการให้รัฐบาลกระทำการต่างๆกับชาวประมง ดังนั้น วันนี้ภาคประมงซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการตลาดปลา แพปลา ท่าเทียบเรือ และเรือประมงในจังหวัดสมุทรสงคราม ทนต่อไปไม่ไหวจึงพร้อมใจกันใส่เสื้อสีดำเป็นสัญลักษณ์แสดงออกถึงความไม่พอใจและประท้วงอียูร่วมกับชาวประมงทั้งประเทศ ที่แทรกแซงกิจการของประเทศไทยมากเกินไปโดยเฉพาะภาคประมงได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัสมานาน 2 ปีแล้ว และหากอียูยังไม่เลิกแแทรกแซงกิจการของประเทศไทย ชาวประมงทั่วประเทศจะมีมาตรการอื่นๆ ตามมาอีกแน่นอน เช่น การบอยคอตไม่ซื้อสินค้าจากประเทศอียูและจะไม่สนับสนุนให้บริษัทในกลุ่มประเทศอียูมารับสัมปทานขุดเจาะปิโตรเลียมในน่านน้ำไทยด้วย เป็นต้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ผู้ประกอบการตลาดปลา แพปลา ท่าเทียบเรือ และเรือประมงทั่วประเทศ ในจังหวัดชายทะเล 22 จังหวัด เช่น สมุทรสาคร สมุทรปราการ ระยอง สงขลา สตูล ชุมพร ระนอง ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี สตูล ปัตตานี ยังรวมตัวแต่งชุดดำประท้วงอียูในพื้นที่เช่นกัน1 ส.ค.2561 ชาวประมงทั่วประเทศโดยสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย จะเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง ขณะที่ชาวประมงในแต่ละจังหวัดจะเข้ายื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด หากไม่ได้คำตอบจากรัฐบาลในการดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใน 7 วัน ชาวประมงทั่วประเทศจะพร้อมใจกันจอดเรือ หยุดทำการประมงประท้วงรัฐบาลก่อนหน้านี้ นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม และผู้บริหารภาคประมงในสมุทรสงคราม ได้มีการประชุมสมาชิก 4 องค์กร คือ สมาคมการประมงสมุทรสงคราม, สมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม, สหกรณ์ประมงแม่กลอง และสหกรณ์ประมงบางจะเกร็งบางแก้ว เพื่อหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนภาคประมงในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดจากภาครัฐ และอียู โดยเฉพาะประเด็นปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคประมงทั่วประเทศกว่า 40,000 คน ที่ยื่นหนังสือไปหลายหน่วยงานให้แก้ปัญหาแต่ก็ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังนิ่งเฉย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นปัญหาอีก 7 ประเด็นคือ ปัญหาเรื่องการรับซื้อเรือคืน เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลอนุมัติให้ซื้อเรือคืน แต่ชาวประมงรอมานานกว่า 7 เดือนยังไม่มีความคืบหน้าจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องการซื้อเรือคืนโดยเร็ว, ปัญหากฎหมายของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, ปัญหากฎหมายของกรมเจ้าท่า, ปัญหากฎหมายของกรมประมง, ปัญหาการแจ้งเรือเข้า-ออก หรือ PIPO, ปัญหา VMS และปัญหากระทรวงแรงงานจะดันไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา C188 เป็นต้น ซึ่งในประชุมได้อภิปรายกันถึงความเดือดร้อนกันอย่างกว้างขวางจากการที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายการประมง ระเบียบวิธีปฏิบัติของชาวประมง เพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ IUU ภายหลังจากสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศให้ใบเหลืองไทยเมื่อ เม.ย.2558 แม้ภาคประมงจะหารือถึงแนวทางแก้ไขความเดือดร้อนกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ได้รับการแก้ไขปัญหาน้อยมาก โดยในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้นายกสมาคมประมงทุกสมาคมในจังหวัดสมุทรสงคราม จะเดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องความเดือดร้อนต่อรัฐบาลรวม 8 ประเด็นที่ทำเนียบรัฐบาลแก้ปัญหาในวันพุธที่ 1 ส.ค.นี้เวลา 09.00 น. ส่วนชาวประมงในแต่ละพื้นที่ก็จะเข้ายื่นหนังสือที่ศาลากลางจังหวัดฯ พร้อมกับ 22 จังหวัดชายทะเล หากไม่ได้รับคำตอบภายใน 7 วันในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง ชาวประมงทั่วประเทศจะพร้อมใจกันหยุดเรือออกหาปลาอย่างน้อย 7 วันและหากยังไม่แก้ปัญหาอีกชาวประมงจะเดินทางไปยื่นถวายฎีกาต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไปทั้งนี้ สำหรับข้อเรียกร้องของชาวประมงที่จะให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไข ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ดังนี้ การขาดแคลนแรงงาน ขอให้ใช้ ม.83 พ.ร.ก.ประมง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เป็นการช่วยให้ภาคการประมง ประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยขอให้เปิดให้คนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างผิดกฎหมาย และเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ทำบัตรซีบุ๊กได้ เพื่อทำงานในเรือประมง ซึ่งมีความต้องการแรงงาน จำนวน 50,000 คน และให้มาตรการเปิดใช้ตลอดระยะเวลา 2 ปีการซื้อเรือคืน ขอให้หน่วยงานของรัฐเร่งดำเนินการเรื่องการซื้อเรือคืนโดยเร็วที่สุด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องปัญหาของกฎและระเบียบต่างๆ ของกรมสวัสดิการฯ ที่ออกมาบังคับใช้กับผู้ประกอบการเรือประมงในช่วงระยะหลัง ไม่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพ ทำให้เกิดปัญหา ตลอดกฎต่าง ๆ ที่ออกมาเกินข้อกำหนดของอนุสัญญาต่างๆ กรมเจ้าท่า ขอให้เร่งรัดการแก้ไข ปรับปรุง กฎข้อบังคับ การตรวจเรือที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นไปหลายเดือนแล้วขณะที่ในส่วนของกรมประมงขอให้แก้ไขปัญหากฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ของกรมประมงที่เป็นปัญหาต่อการปฏิบัติของชาวประมงในหลาย ๆ ฉบับ PIPO ขอให้แก้ไขปัญหาในการแจ้งเข้า-ออก เนื่องจากแต่ละหน่วยและเจ้าหน้าที่แต่ละศูนย์ ปฏิบัติไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน แม้จะมีการร่วมกันจัดทำคู่มือแนวการปฏิบัติแล้วก็ตาม VMS ปัญหาค่าบริการรายเดือนของอุปกรณ์ VMS ที่ชาวประมงต้องรับภาระในช่วงที่เรือจอดขณะเดียวกันสมาชิกชาวประมงทั่วประเทศ มีมติคัดค้านการที่รัฐบาลจะไปให้สัตยาบันเพื่อรับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 188 (C.188) โดยสมาคมประมงทั่วประเทศทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล จะมีหนังสือคัดค้านและนำไปยื่นที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกันใน 1 ส.ค.นี้และสมาชิกชาวประมงทั่วประเทศ มีมติให้ยกร่างกฎหมายประมงฉบับชาวประมง และสมาคมเรือประมงจังหวัดพังงามาเชิญชวนชาวประมงและผู้เกี่ยวข้องใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน รวมตัวกันล่ารายชื่อไม่น้อยกว่า 10,000 รายชื่อ

อ่านเพิ่มเติม >>

คู่ขัดแย้งหลักและจุดยืน
1. กลุ่มตัวแทนสมาคมประมงสมุทรสงคราม สมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม สหกรณ์ประมงแม่กลอง และสหกรณ์ประมงบางจะเกร็งบางแก้ว จังหวัดสมุทรสงคราม คัดค้านการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรง งานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับ ที่ 1882. ภาครัฐต้องการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรง งานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับ ที่ 188

อ่านเพิ่มเติม >>

ผู้เกี่ยวข้องอื่น
1.นายกรัฐมนตรี2.ผู้ว่าราชการจังหวัด 3.ประมงจังหวัด 4. สื่อมวลชน
ระยะเวลา
ตั้งแต่ พ.ศ. 2560 - 2561
สถานะ
ยังไม่เคยได้รับการแก้ไข
พลวัต
สถานการณ์ได้มีการขยายตัว เพราะตัวแทนสมาคมประมงสมุทรสงคราม สมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม สหกรณ์ประมงแม่กลอง และสหกรณ์ประมงบางจะเกร็งบางแก้ว จังหวัดสมุทรสงคราม เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง

อ่านเพิ่มเติม >>

ระดับความรุนแรง
ไม่มีความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและร่างกาย
วิธีการแก้ไข
กลยุทธ์ของการจัดการความขัดแย้งเพื่อแก้ไขปัญหาการยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ต่อนายกรัฐมนตรี และการใช้สื่อมวลชนช่วยในการเสนอข่าวสาธารณะปัจจัยที่จะสนับสนุนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งธรรมาภิบาลของหน่วยงานรัฐและความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทเอกชน

อ่านเพิ่มเติม >>

ที่มาของข้อมูล
ข่าวสด. “สมาคมการประมงฯแต่งดำประท้วงอียูหยุดคุกคามไทย-ชี้ทำภาคประมงเสียหายแล้วกว่า5แสนล้าน” 21 กันยายน 2560. (https://www.khaosod.co.th/politics/news_521804)ข่าวสด. “พรุ่งนี้ชาวประมงนัดบุกทำเนียบฯ! ยื่นนายกฯแก้ปัญหาเดือดร้อน 7 วันไม่ได้คำตอบหยุดเรือ” 31 กรกฎาคม 2561.( https://www.naewna.com/local/354888)
ไฟล์ดาวน์โหลด
-

Gellary

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ภายใน

02-141-9600

สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น 5 ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.