Result

" ประท้วงการใช้กฎหมายห้ามเรือประมงผิดกฎหมาย "
" ภาคกลาง จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมือง "
ประเภทความขัดแย้ง
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ระดับการรับรู้ของสังคม
ระดับชาติ
ประเด็นความขัดแย้ง
กลุ่มตัวแทนสมาคมการประมงสมุทรสาคร ชมรมอวนล้อม และตัวแทนชาวประมงจังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ทบทวนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดความเดือดร้อนของชาวประมง และขอคัดค้านการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 188

อ่านเพิ่มเติม >>

ความเป็นมา
วันที่ 9 เมษายน 2561 ตัวแทนชาวประมงจังหวัดสมุทรสาครเกือบ 100 คน ได้มารวมตัวกันที่บริเวณท่าเทียบเรือประมงหน้าวัดบางหญ้าแพรก ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังจากที่นำเรือเข้าจอดตั้งแต่ในช่วงเช้าของวันนี้ โดยชาวประมงสมุทรสาครนั้น ต้องการแสดงถึงพลังของความเข้มแข็งและจุดยืนที่พี่น้องชาวประมงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาล ตลอดจนหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลและการบังคับใช้กฎหมายกับชาวประมงนั้น ออกมาแก้ไขปัญหาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องชาวประมงในขณะนี้นายบรรพต อินคชสาร ประธานชมรมอวนล้อมจับสมุทรสาคร ชี้แจงว่า ที่ชาวประมงต้องนำเรือเข้าจอดเทียบท่า ไม่ออกไปจับปลาและขึ้นฝั่งมารวมตัวกันในวันนี้ ไม่ใช่เป็นการรวมตัวประท้วงแต่อย่างใดทั้งสิ้น แต่เพื่อแสดงพลังอันเข้มแข็งที่ต้องการขอความเห็นใจจากรัฐบาลในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล ซึ่งสิ่งที่ชาวประมงอยากให้ทบทวนแก้ไข คือเรื่องของเอกสาร เพราะตอนนี้การทำเอกสารมีจำนวนมาก และมากเกินไป จนบางครั้งชาวประมงก็ทำไม่ไหว รวมถึงการแจ้งเข้าออกเรือประมงก็ยังเป็นปัญหา เพราะบางครั้งเรือบางลำก็ไม่สามารถมาแจ้งเข้าออกได้ตามเวลา แต่ก็ต้องได้รับโทษแบบหนักทั้งปรับ จำคุก โดยชาวประมงคิดว่าเป็นโทษที่หนักเกินไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการลงเวลาพักงานในเรือประมง ซึ่งข้อบังคับที่ออกมาบังคับใช้นั้นไม่ตรงตามความเป็นจริงกับสภาพการทำงานในเรือประมง อีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องของการจ่ายเงินเดือนผ่านระบบ ATM ด้วย ก็ยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญของชาวประมง เพราะแรงงานนั้นต้องการให้จ่ายเป็นเงินสด หากไม่จ่ายเป็นเงินสดในวันพรุ่งนี้คือวันที่ 10 เมษายน 2561 ก็จะมีการส่งตัวแทนเข้าพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงทางออกร่วมกัน ซึ่งถ้าได้ผลที่เป็นไปในทางบวกกับพี่น้องชาวประมง แต่ไม่ขัดกับกฎหมายข้อบังคับของรัฐบาล ชาวประมงสมุทรสาครก็จะนำเรือออกไปหาปลาทำมาหากินดังเดิม แต่ถ้าไม่ได้ตามที่ร้องขอก็จะต้องจอดเรือต่อไป และสิ่งที่จะตามมาอย่างแน่นอนก็คือการเลิกจ้างลูกจ้างในเรือประมงที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจด้านประมงทะเล1 ส.ค.61 ตัวแทนของพี่น้องชาวประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครกว่า 200 คน ได้มารวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการที่รัฐบาลจะไปให้สัตยาบันเพื่อรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 ( C188) และหนังสือขอความอนุเคราะห์แก้ไขปัญหาประมง โดยมีนายกมล ไกรวัตนุสสรณ์ อุปนายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร กับนายบรรพต อินทร์คชสาร ประธานชมรมอวนล้อม เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวประมงจังหวัดสมุทรสาคร ในการยื่นหนังสือทั้ง 2 ฉบับถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทางนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และการยื่นหนังสือคัดค้านการที่รัฐบาลจะไปให้สัตยาบันเพื่อรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 ( C188) กับหนังสือขอความอนุเคราะห์แก้ไขปัญหาประมง ยังเป็นการยื่นพร้อมกันของพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเลทั่วประเทศอีกด้วยสำหรับการออกมาคัดค้านรัฐบาลที่จะไปให้สัตยาบันเพื่อรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 ( C188) นั้น เนื่องด้วยทางสมาคมการประมงสมุทรสาคร และสมาคมการประมงทั่วประเทศทั้ง 22 จังหวัดชายทะเลพิจารณาแล้วเห็นว่า ถ้ารัฐบาลไปร่วมให้สัตยาบันเพื่อรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 จะก่อให้เกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชาวประมงไทยอยู่หลายประการ จะทำให้เกิดปัญหาทับถมเพิ่มขึ้นและทำลายอุตสาหกรรมประมงทะเลของไทยทั้งระบบ ตลอดจนการจ้างแรงงานภาคการประมงของประเทศไทยด้วยเช่นกัน ดังนั้นสมาคมการประมงสมุทรสาคร และสมาชิกชาวประมง จึงขอคัดค้านการที่รัฐบาลจะไปลงนามให้สัตยาบัน อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 188ส่วนหนังสือขอความอนุเคราะห์แก้ไขปัญหาประมงนั้น สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลไทยได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้านการประมงอย่างเร่งด่วน ทั้งการออกกฎหมาย และการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเบ็ดเสร็จในการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสหภาพยุโรป (EU) ในการปลดล็อคการให้ใบเหลือง เนื่องจากประเทศไทยถูกระบุว่าเป็นประเทศที่สาม ที่ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) พร้อมทั้งแนะนำให้ประเทศไทย ดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ และการจัดการด้านการประมงของไทยให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของสหภาพยุโรปจนสร้างปัญหาความเดือดร้อน ขาดความเป็นธรรมในการพิจารณากฎหมาย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติอย่างรวดเร็วและรุนแรง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวประมง โดยเฉพาะชาวประมงที่ประกอบอาชีพโดยสุจริตได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง หลายครอบครัวประสบกับปัญหาที่ไม่คาดคิดมาก่อน เช่น ผู้นำมีภาระหนี้สิน บุตรหลานต้องพักการศึกษา กิจการล้มละลายถูกดำเนินคดีโดยไม่ได้กระทำความผิด เป็นต้นทั้งนี้ ทางสมาคมการประมงสมุทรสาคร จึงต้องการให้นายกรัฐมนตรีนำข้อร้องเรียนของชาวประมงไปสู่การแก้ไขใน 7 ด้าน คือ 1.เรื่องการขาดแคลนแรงงาน ในภาคประมง ได้มีการเสนอขอให้เปิดให้คนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างผิดกฎหมาย เปิดให้บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ไร้สัญชาติ ถือบัตรหมายเลขศูนย์) ทำเอกสารซีบุ๊คได้ เพื่อทำงานในเรือประมง ซึ่งมีความต้องการแรงงาน จำนวน 50,000 คน และให้มาตรการนี้เปิดใช้ตลอดระยะเวลา 2 ปี, 2. รัฐบาลกับการซื้อเรือคืน ขอให้รัฐบาลดำเนินการจัดทำโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน หรือซื้อเรือคืนตามแผนบริหารจัดการประมงทะเล ดำเนินการเรื่องการซื้อเรือคืนโดยเร็วที่สุด, 3.ขอให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข กฎ และระเบียบต่างๆ ที่ออกมาบังคับใช้กับผู้ประกอบการเรือประมงให้มีความเสมอ ทัดเทียมกับอาชีพอื่นๆ, 4.ในส่วนของกรมเจ้าท่าขอให้ออกประกาศกฎข้อบังคับการตรวจเรือฯ ตามที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขแล้ว เมื่อคราวประชุมวันที่ 26 เมษายน 2561 ด้วย เพื่อให้ชาวประมงได้ออกไปทำการประมงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย, 5.กรมประมงขอให้มีการทบทวนกฎหมาย พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนที่มีบทลงโทษที่รุนแรงเกินไป อีกทั้งยังมีการออกคำสั่งทางปกครองที่ไม่เป็นธรรมกับพี่น้องชาวประมงในหลายๆ กรณีที่มีการกระทำผิดโดยไม่ได้เจตนา การกระทำผิดเล็กๆ น้อยๆ ในส่วนของงานเอกสารต่างๆ แต่กลับมีโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ในหลายมาตราขอให้มีการแก้ไขปัญหากฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ของกรมประมง ที่เป็นปัญหาต่อการปฏิบัติ ของชาวประมงในหลายๆ ฉบับ เช่น กฎกระทรวง ระบบความปลอดภัย สุขอนามัย และสวัสดิภาพในการทำงานของคนประจำเรือ พ.ศ. 2559 ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นเอกสารและหลักฐาน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก ก่อนนำเรือประมงพาณิชย์ออกจากท่าเทียบเรือประมง พ.ศ. 2560 เป็นต้น , 6. PIPO ขอให้แก้ไขปัญหาในการแจ้งเข้า-ออก ของแต่ละศูนย์ฯ ให้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน และ 7 เรื่อง VMS นั้น มีกรณีที่บางครั้งเรือประมงไม่ได้ออกทำการประมงเป็นเวลานาน แต่ชาวประมงยังคงต้องรับภาระในการจ่ายค่าบริการรายเดือนของอุปกรณ์ VMS ในช่วงที่เรือจอด ซึ่งเป็นปัญหากับชาวประมงที่ไม่มีรายได้จากการจับสัตว์น้ำ แต่ยังต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระหนี้สินให้กับชาวประมง ดังนั้นจึงขอให้มีการพิจารณาหาแนวทางแก้ไขและกำหนดมาตรการ เพื่อช่วยเหลือให้กับชาวประมงทั้งนี้ หลังจากที่พี่น้องชาวประมงในจังหวัดสมุทรสาครกว่า 200 คน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการที่รัฐบาลจะไปให้สัตยาบันเพื่อรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 ( C188) และ หนังสือขอความอนุเคราะห์แก้ไขปัญหาประมงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้แยกย้ายกันกลับไปพร้อมกับแผ่นป้ายข้อความต่างๆ ที่นำมาถือเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในครั้งนี้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม >>

คู่ขัดแย้งหลักและจุดยืน
1. กลุ่มตัวแทนสมาคมการประมงสมุทรสาคร ชมรมอวนล้อม และตัวแทนชาวประมงจังหวัดสมุทรสาครคัดค้านการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 1882. ภาครัฐต้องการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 188

อ่านเพิ่มเติม >>

ผู้เกี่ยวข้องอื่น
1.นายกรัฐมนตรี2.รองนายกรัฐมนตรี3.ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร4.ประมงจังหวัด5. สื่อมวลชน
ระยะเวลา
ตั้งแต่ พ.ศ. 2560 - 2561
สถานะ
ยังไม่เคยได้รับการแก้ไข
พลวัต
สถานการณ์ได้มีการขยายตัว เพราะ กลุ่มตัวแทนสมาคมการประมงสมุทรสาคร ชมรมอวนล้อม และตัวแทนชาวประมงจังหวัดสมุทรสาคร เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อ่านเพิ่มเติม >>

ระดับความรุนแรง
ไม่มีความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและร่างกาย
วิธีการแก้ไข
กลยุทธ์ของการจัดการความขัดแย้งเพื่อแก้ไขปัญหาการยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ต่อนายกรัฐมนตรี และการใช้สื่อมวลชนช่วยในการเสนอข่าวสาธารณะปัจจัยที่จะสนับสนุนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งธรรมาภิบาลของหน่วยงานรัฐและความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทเอกชน

อ่านเพิ่มเติม >>

ที่มาของข้อมูล
สำนักข่าวทีนิวส์. “ประมงสมุทรสาครกว่า 100 ชีวิต เอาจริง จอดเรือเตรียมเข้าพบ "บิ๊กป้อม" หาทางออกปัญหาความเดือดร้อน” 9 เมษายน 2561. (https://www.tnews.co.th/contents/438915)สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์. “พี่น้องชาวประมงสมุทรสาคร ยื่นคัดค้านรัฐฯ ให้สัตยาบันรับอนุสัญญา C188” 1 สิงหาคม 2561. (http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detailRegion/TNSOC6108010010096)
ไฟล์ดาวน์โหลด
-

Gellary

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ภายใน

02-141-9600

สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น 5 ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.