Result

" ประท้วงกทม. ตัดงบ “หอศิลป์” "
" ภาคกลาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร อำเภอเขตปทุมวัน "
ประเภทความขัดแย้ง
การจัดการศิลปะวัฒนธรรม
ระดับการรับรู้ของสังคม
ระดับชาติ
ประเด็นความขัดแย้ง
กลุ่มศิลปินแต่งดำรวมตัวประท้วง กทม.ตัดงบ “หอศิลป์”

อ่านเพิ่มเติม >>

ความเป็นมา
15 พฤษภาคม 2561 ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่มเครือข่ายศิลปินและภาคประชาสังคมศิลปวัฒนธรรม นำโดย นายจุมพล อภิสุข แกนนำเครือข่ายฯ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้นายกฯระงับไม่ให้กรุงเทพมหานครยึดคืนหอศิลปวัฒนธรรมเพื่อไปบริหารเอง “การที่กทม. จะยึดเพื่อนำไปบริหารเองเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและผิดข้อตกลงปฏิญญาที่ลงนามร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2548 ที่ให้มูลนิธิฯบริหารจัดการเองโดยมีตัวแทนจากศิลปินนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเข้าร่วมขนาดที่กทม.จะให้งบประมาณสนับสนุนตามวัตถุประสงค์ จึงขอให้นายกฯพิจารณาระงับแนวคิดดังกล่าว”6 กันยายน 2561 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มเครือข่ายศิลปินและภาคประชาสังคมจำนวนมากกว่า 100 คน ต่างสวมชุดสีดำ จัดกิจกรรมคัดค้านกรณีกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตัดงบประมาณบริหารหอศิลป์ มากว่า 2 ปี ทำให้ประสบปัญหาการบริหารจัดการ จัดแสดงนิทรรศการ และจัดงานต่างๆ ได้น้อยลง โดยมีการแสดงป้ายต่างๆ อาทิ อัศวิน ออกไป, อย่ามายึดของประชาชน, อัศวินดูถูกดูหมิ่นศิลปะ รวมไปถึงป้าย #saveYOURbacc เป็นต้นผศ.ปวิตร มหาสารินันท์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในการประชุมสภา กทม. เมื่อ สิงหาคม 2560 มีการท้วงติงเรื่อง กทม.สนับสนุนงบอุดหนุนให้หอศิลป์เป็นเวลา 7 ปี ซึ่งอาจขัดกับสัญญาโอนสิทธิ์ที่ กทม.ทำกับหอศิลป์ ในข้อ 8 ที่ระบุว่า บรรดาค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม หรือค่าภาษีใดๆ ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการหอศิลป์ ตกเป็นความรับผิดชอบของผู้รับสิทธิ และผู้รับสิทธิมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม หรือค่าภาษีให้ทันตามเวลาที่กำหนด กทม. โดยข้อตกลงหรือกฎหมาย แล้วแต่กรณี ทำให้ตีความว่า กทม.ไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายอะไรให้หอศิลป์ได้ ทั้งค่าจัดนิทรรศการและศิลปะ แต่ที่ผ่านมา กทม.อนุมัติงบอุดหนุนมา 40-45 ล้านบาทต่อปี มาตลอด ซึ่งมูลนิธิหอศิลป์นำเอาไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่ารักษาความปลอดภัย ค่าแม่บ้าน ต่างๆ เนื่องจากสภา กทม.ในยุคที่ผ่านมาเห็นว่า ชอบธรรม แต่ยุคนี้มีการติงขึ้นมา และขอให้ กทม.ดำเนินการแก้ไขรายละเอียดสัญญา ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้น การพิจารณางบประมาณของสภา กทม. จึงไม่อนุมัติงบอุดหนุนให้หอศิลป์ในปีงบประมาณ 2562 ที่จะเริ่มใน 1 ต.ค. 2561 ทั้งนี้ หวังว่า การสรรหาคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลป์ชุดใหม่ ที่จะเสนอรายชื่อใน 2 สัปดาห์ และแต่งตั้งภายใน 2 เดือน จะทำให้ได้คณะกรรมการชุดใหม่ และสามารถประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษาหอศิลป์และ กทม. ในการแก้ไขสัญญารายละเอียด“วันนี้ทางหอศิลป์ได้รับใบแจ้งระงับการใช้งานน้ำประปา ซึ่งระบุชื่อผู้ใช้ว่าเป็น สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว โดยจะตัดการจ่ายน้ำในวันนี้ เนื่องจากหอศิลป์ไม่สามารถจ่ายค่าน้ำค่าไฟได้ เพราะเราไม่ได้ตั้งงบประมาณตรงนี้ หากจะจ่ายต้องตัดการจัดนิทรรศการต่างๆ อย่างไรก็ตาม มาตรการต่อไปที่ต้องดำเนินการ คือ มาตรการรัดเข็มขัด ซึ่งหอศิลป์ตั้งงบประมาณปีที่แล้วไว้ 81 ล้านบาท ตอนนี้ตัดเหลือ 53 ล้านบาท แต่ก็ไม่พอ จากการคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่ใช่ค่าน้ำค่าไฟ สามารถบริหารได้ถึงกลางปีหน้าเท่านั้น หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ส่วนอีกมาตรการที่กำลังพิจารณาผลดีผลเสีย คือ การลดเวลาเปิดบริการ จากเดิม 10.00-21.00 น. อาจพิจารณาเป็น 11.00-20.00 น. และปิดวันจันทร์เช่นเดิม หรือลดเวลาเปิด 2 ชั่วโมง จะช่วยประหยัดค่าไฟค่าน้ำได้ ก็จะมีหอศิลป์ที่อยู่ได้นานขึ้น วันนี้จึงขอเรียนเครือข่ายศิลปิน ที่กำลังทำเทศกาลละครกรุงเทพ และเทศกาลศิลปะนานาชาติบางกอกอาร์ต เบียนนาเล่ ที่อาจรับผลกระทบจากมาตรการรัดเข็มขัดตรงนี้” ผศ.ปวิตร กล่าวผศ.ปวิตร กล่าวว่า งบประมาณหอศิลป์อยู่ที่สำนักวัฒนธรรมฯ จำนวน 40 ล้าน ซึ่งทางสำนักวัฒนธรรมฯ ได้จ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ 9 เดือน ประมาณการว่ายังเหลืออยู่อีก 30 ล้านบาท ซึ่งหอศิลป์ได้ทำหนังสือถึง ผอ.สำนักวัฒนธรรมฯ ให้พิจารณากันงบส่วนนี้ไปใช้ในปีงบประมาณหน้า และขอให้ชี้แจงการใช้งบประมาณ 40 ล้านบาทด้วย ซึ่งส่งไป 10 วันแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ และกำลังจะหมดปีงบประมาณในสัปดาห์นี้ โดยแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นที่ทำได้ คือ ขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่มาใช้บริการ ให้บริจาคช่วยเหลือ ซึ่งทางหอศิลป์จะมีกล่องบริจาคตั้งไว้ สามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธา หรือบริจาคผ่านบัญชี และจะทำคิวอาร์โค้ดเพื่อให้การบริจาคสะดวกยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่า หอศิลป์จะยังจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การสนับสนุนที่ง่ายที่สุด คือ การมาเข้าชมหอศิลป์นายประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินศิลปาธร ในฐานะผู้จัดเทศการละครกรุงเทพ กล่าวว่า หากต้องมีการปรับเวลาในการเปิดหอศิลป์ จะกระทบกับการจัดแสดงเทศกาลละครกรุงเทพ แน่นอน ทำให้ต้องจัดโปรแกรมใหม่ อาจกระทบกับนักแสดงได้ เพราะเป็นการแสดงสด รวมถึงนักแสดงต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมามีการเปิดเวทีให้ได้มาร่วมกิจกรรม ก็ต้องลดในส่วนนี้ลงไป โดยนำไปแสดงในสวนสาธารณะแทน และกระทบกับเด็กและเยาวชน ที่ส่วนใหญ่เป็นทั้งผู้จัดงานและเข้ามาชมงาน ปีนี้ก็จะไม่สามารถรองรับได้เยอะ และปริมาณลดลงนายอภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า การจัดงานศิลปะระดับนานาชาติ ปกติแล้วเจ้าเมืองอย่าง กทม.ต้องเป็นเจ้าภาพ เพราะถือเป็นภาพลักษณ์ อย่างไรก็ตาม เรื่องการบริหารจัดการตนไม่ขอพูดถึง แต่อยากบอกว่า อย่าสร้างภาพให้ กทม.เป็นผู้ร้าย เพราะเรายังต้องทำงานกับเขา เรื่อง กทม.จะมายึดพื้นที่เป็นเรื่องที่คิดกันได้ แต่ในทางปฏิบัติเขาจะทำหรือ และเราจะยอมหรือ เรื่องนี้ต้องเจอกันครึ่งทาง ซึ่งคงไม่ใช่การเจอกันครั้งแรกและสุดท้าย อยากฝากว่าบริบทของบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ ไม่ว่าหอศิลป์จะตัดหรือจะทำอะไร เรายินดีพร้อมสนับสนุนหอศิลป์ กทม.ภายหลังการแถลงข่าว เครือข่ายศิลปินและภาคประชาสังคมเพื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นผู้รับมอบ เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาหอศิลป์ในขณะนี้ โดยอ่านแถลงการณ์ มีใจความโดยสรุปว่า ขณะนี้สถานการณ์ชัดแล้วว่า ผู้ว่าฯ อัศวิน ไม่ได้หยุดแผนการยึดคืนหอศิลป์ตามที่ประกาศไว้ แต่กลับเดินหน้ากลั่นแกล้งบั่นทอนการบริหารงานอย่างเป็นขั้นตอน คือ 1. ตัดงบประมาณอุดหนุนปี 2561-2562 อ้างว่า สภา กทม.ไม่ยอมอนุมัติเพราะอาจผิดระเบียบและสัญญาโอนสิทธิ์บริหารหอศิลป์ มิได้ระบุว่า กทม.ต้องให้งบอุดหนุน ซึ่งต้องรีบแก้ไขข้อกฎหมายให้ สภา กทม.อนุมัติงบได้ แต่กลับเอาข้ออ้างนี้เป็นเหตุไม่ให้เงินอุดหนุน ถือเป็นความจงใจ 2. การแต่งตั้งกรรมการสรรหา เพื่อเสนอรายชื่อคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลป์ชุดใหม่ มาจากทหารถึง 3 คน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่มีทหารเข้ามายุ่งกระบวนการสรรหา เพราะที่ผ่านมากิจการด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นเรื่องของภาคประชาชน และผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เฉพาะ ซึ่งอดีตผู้ว่าฯ ที่มาจากการเลือกตั้งได้เคารพหลักการปฏิญญาระหว่างกรุงเทพมหานครและภาคประชาชน ที่จะดำรงไว้ซึ่งความอิสระในการบริหารจัดการหอศิลป์ เพื่อความคล่อตัวและไม่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน แต่การแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาในครั้งนี้ ชัดเจนว่า ผู้ว่าฯ อัศวิน มีเจตนายึดหอศิลป์ ผ่านคณะกรรมมูลนิธิชุดใหม่เครือข่ายศิลปินฯ มิอาจนิ่งดูดายได้ เพราะหอศิลป์เกิดจากการเรียกร้องของศิลปินและภาคประชาชน เป็นผลงานของประชารัฐที่ประสบความสำเร็จในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การบริหารของมูลนิธิฯ สร้างความเจริญก้าวหน้าและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมยอดนิยมอันดับหนึ่งของ กทม.ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ยอดผู้ชมปีแรกปี 2552 จาก 3 แสนคน ทะลุ 1.7 ล้านคน ในปี 2560 ทั้งนี้ เครือข่ายศิลปินขอประณามการกระทำของผู้ว่าฯ อัศวิน ที่ขาดความจริงใจ ขอเรียกร้องให้ยุติความพยายามดังกล่าวนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ รับทราบปัญหา และมีข้อห่วงใย จึงให้ตนมารับเรื่องร้องทุกข์ และรับฟังปัญหา ก็จะนำเรื่องจากทางเครือข่ายศิลปินยื่นให้แก่ นายกฯ ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม >>

คู่ขัดแย้งหลักและจุดยืน
กรุงเทพมหานครต้องการบริหารหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครเองกลุ่มเครือข่ายศิลปินและภาคประชาสังคมศิลปวัฒนธรรมต้องการให้มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร บริหารงานดังเดิม

อ่านเพิ่มเติม >>

ผู้เกี่ยวข้องอื่น
กรุงเทพมหานคร ตำรวจ ประชาชนทั่วไป สื่อมวลชน
ระยะเวลา
พ.ศ. 2561
สถานะ
กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข
พลวัต
สถานการณ์ความขัดแย้งได้ขยายตัวเนื่องจากเครือข่ายศิลปินและภาคประชาสังคมได้ออกมาแต่งชุดดำประท้วง

อ่านเพิ่มเติม >>

ระดับความรุนแรง
ไม่มีความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและร่างกาย
วิธีการแก้ไข
กลยุทธ์ของการจัดการความขัดแย้งเพื่อแก้ไขปัญหา คือการเจรจาหาทางออกร่วมกัน การมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา

อ่านเพิ่มเติม >>

ที่มาของข้อมูล
เมเนเจอร์ออนไลน์. “กลุ่มศิลปินแต่งดำ ประท้วง “อัศวิน” กรณีไม่อุดหนุนงบ “หอศิลป์” เผยถูกตัดน้ำวันนี้ หลังไม่มีงบจ่าย จี้ กทม.แก้สัญญาหนุนงบ” 26 กันยายน 2561.
ไฟล์ดาวน์โหลด
-

Gellary

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ภายใน

02-141-9600

สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น 5 ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.