Result

" กรณีวัดศรีชุมฟ้องกรมศิลปากร 50 ล้านบาท ทวงคืนมรดกโลก พระอจนะ "
" ภาคกลาง จังหวัดสุโขทัย อำเภอเมือง ตำบลเมืองเก่า "
ประเภทความขัดแย้ง
ความขัดแย้งด้านโครงสร้าง ข้อมูลข่าวสาร และผลประโยชน์
ระดับการรับรู้ของสังคม
ระดับจังหวัด
ประเด็นความขัดแย้ง
วัดศรีชุม ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ฟ้องฟ้องกรมศิลปากร เพราะต้องการให้มีการยกเลิกเก็บเงินค่าเข้าชมโบราณสถานวัดศรีชุมตลอดไป เพื่อให้ชาวพุทธได้เข้ากราบไหว้พระอจนะอย่างสะดวก และให้กรมศิลปากรชี้แจงหลักฐานการใช้จ่ายเงิน 50 ล้านบาท รวมทั้งต้องการให้ศาลชี้ชัดว่าสิทธิในการครอบครองที่ดินบริเวณที่ตั้งมณฑปพระอจนะ เป็นของทางวัดศรีชุมหรือของกรมศิลปากร

อ่านเพิ่มเติม >>

ความเป็นมา
เจ้าอาวาสวัดศรีชุมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเรียกเงิน จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (จำเลยที่ 1) , สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย (จำเลยที่ 2) และกรมศิลปากร (จำเลยที่ 3) จำนวน 50 ล้านบาท พร้อมทวงคืนที่ดินบริเวณที่ตั้งมณฑป “พระอจนะ” ตำนานพระพุทธรูปพูดได้ ซึ่งเป็นมรดกโลก โดยโจทก์อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่มณฑปพระอจนะ และอุทยานประวัติศาสตร์ ว่ามีรายได้มานานหลายปี ซึ่งวัดอ้างว่ารายได้นั้นควรจะเป็นของวัดศรีชุมใหม่ตั้งแต่แรก

อ่านเพิ่มเติม >>

คู่ขัดแย้งหลักและจุดยืน
วัดศรีชุม กับ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย และกรมศิลปากรจุดยืน วัดศรีชุมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเรียกเงิน 50 ล้านบาท จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย และกรมศิลปากร รวมทั้งต้องการให้ศาลชี้ชัดว่าสิทธิในการครอบครองที่ดินบริเวณที่ตั้งมณฑปพระอจนะ เป็นของทางวัดศรีชุมหรือของกรมศิลปากร

อ่านเพิ่มเติม >>

ผู้เกี่ยวข้องอื่น
กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐบาล
ระยะเวลา
พ.ศ. 2561
สถานะ
กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข
พลวัต
เดิมวัดศรีชุม สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มีพระอจนะเป็นพระประธานประดิษฐานอยู่ในมณฑป โดยได้ขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2478 จากนั้นปี พ.ศ. 2496 กรมศิลปากรได้เริ่มบูรณะซ่อมแซมมาตลอด จนสำนักสงฆ์วัดศรีชุมเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งทางอธิบดีกรมศิลปากร ยืนยันว่า ทางกรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณะวัดศรีชุมก่อนที่จะมีสำนักสงฆ์วัดศรีชุมเข้ามา ทั้งนี้ นักวิชาการหลายรายได้ร่วมแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า วัดศรีชุม เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยสุโขทัย ก่อนจะร้างไปนาน กระทั่งมาความดูแลของกรมศิลปากรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 วัดศรีชุมในปัจจุบันวัดใหม่ที่สร้างภายหลัง เป็นคนละวัดกับวัดศรีชุมเดิมที่สร้างในสมัยสุโขทัย นอกจากนี้ องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อ พ.ศ. 2534 พื้นที่ทั้งหมดจึงเป็นมรดกของคนทั้งโลก ไม่ใช่ของวัดศรีชุมในปัจจุบันที่สร้างขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าอาวาสวัดศรีชุม ชี้แจงว่า การฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย และการติดตามเอาที่ดินคืนจากกรมศิลป์ในครั้งนี้ เป็นเพราะข้อขัดแย้งที่มีมานานไม่ได้รับการแก้ปัญหา จึงทำให้ทางวัดต้องหันหน้าไปพึ่งอำนาจของศาลแทน เนื่องจากวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1900 แต่หลังจากที่กรมศิลป์ได้เข้ามาดูแล ก็มีการล้อมรั้วลวดหนาม ก่อนสร้างรั้วกั้นถาวรในปัจจุบัน แยกเขตสังฆาวาสและเขตโบราณสถานวัด ถือเป็นการปิดกั้นสิทธิของวัดที่เป็นเจ้าของที่ดิน แล้วยังมีการเก็บค่าเข้าชมโบราณสถานวัดศรีชุม ชาวพุทธที่จะเข้าไปกราบไหว้ขอพรพระอจนะ ถ้าเป็นคนไทยก็ต้องซื้อบัตรราคา 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท ถือเป็นการละเมิดสิทธิของผู้นับถือพระพุทธศาสนา ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2561 นายดนุสรณ์ สุทธิผล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสวัดศรีชุม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังทางวัดกับกรมศิลป์กลายเป็นข่าวดัง ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแม่กุญแจล็อคประตูเหล็กตรงสะพาน ทำให้พระสงฆ์และชาวบ้านไม่สามารถเดินข้ามเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่บริเวณมณฑปพระอจนะได้ พร้อมกับมีหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากรมาถึงเจ้าอาวาสวัดศรีชุม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 มี.ค. 2561 แจ้งขอให้รื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ออกจากเขตโบราณสถานภายใน 60 วัน ได้แก่ วิหารหลวงพ่อเพชร กุฏิเจ้าอาวาส ห้องน้ำ เมรุเผาศพ ศาลาพักสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ศาลาปู่ฤาษี และอื่นๆ รวม 16 รายการ ซึ่งทางวัดก็คงต้องดำเนินการโต้แย้งคำสั่งนี้ และใช้สิทธิ์ยื่นร้องขอเพิกถอนคำสั่งต่อศาลปกครองต่อไป นอกจากนี้ก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับกรมศิลป์ในข้อหาบุกรุก และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย ขณะเดียวกัน คณะกรรมการวัดศรีชุมก็ออกมาชี้แจงว่า ได้เห็นหนังสือคำสั่งให้รื้อถอนอาคารเสนาสนะภายในวัดแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ เพราะทั้งหมดสร้างจากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว อยากให้กรมศิลป์หรือรัฐบาลหันมาแก้ปัญหาครั้งนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีความเป็นเอกภาพ และรักใคร่ ปรองดองกัน

อ่านเพิ่มเติม >>

ระดับความรุนแรง
มีความเสียหายต่อทรัพย์สิน
วิธีการแก้ไข
ควรมีการเปิดพื้นที่ในการสื่อสาร และแสดงความคิดเห็น ความห่วงกังวล ปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการ ซึ่งอาจดำเนินการโดย การเปิดเวทีประชาพิจารณ์ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและความรู้สึกของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน รวมถึงช่องทางในการติดตามเรื่องราวร้องทุกข์ และการแจ้งข่าวคราวความคืบหน้าในการดำเนินงานให้กับประชาชนรับทราบความเคลื่อนไหว พร้อมกับการนำข้อเท็จจริงจากเวทีดังกล่าว เข้าสู่เวทีการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธาน เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุม ตลอดจนผลการดำเนินงานในการติดตามตรวจสอบดังกล่าว รวมถึงการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมที่มีสัดส่วนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อน ศึกษา และตรวจสอบโครงการดังกล่าวอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อ่านเพิ่มเติม >>

ที่มาของข้อมูล
ข่าวสด. (2561). กรมศิลป์เอาคืน! สั่งรื้อวัดศรีชุมภายใน 60 วัน หลังโดนฟ้อง 50 ล้าน-ทวงคืน “พระอจนะ”. สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2561 จาก https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_873536
ไฟล์ดาวน์โหลด
-

Gellary

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ภายใน

02-141-9600

สถาบันพระปกเกล้า

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น 5 ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210


This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.