ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สถาบันพระปกเกล้า ตระหนักถึง ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสถาบันพระปกเกล้า (Personal Data Protection Policy) ซึ่งอธิบายวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ การเก็บรวบรวม การใช้ การจัดเก็บรักษาการเปิดเผย การทำลายข้อมูล รวมถึงสิทธิต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกสถาบันพระปกเกล้า
ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและการให้บริการของสถาบัน ทั้งด้านศึกษา การอบรม/สัมมนา การวิจัย การให้บริการใดๆ ตลอดจนการสนับสนุนงานตามพันธกิจของสถาบัน และไม่ว่าจะมีการลงทะเบียนหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเป็นไปเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพและป้องกันข้อมูล ส่วนบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิ สถาบันขอชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย รวมถึงการเข้าถึงข้อมูล การโอนย้าย การวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบถึงนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสถาบันมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่ง หรือในนามของสถาบัน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไป ด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ สถาบันจึงประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลสถาบันพระปกเกล้า ดังต่อไปนี้
สถาบันพระปกเกล้าจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีขอบเขต วัตถุประสงค์ ที่สุจริตชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานตามพันธกิจของสถาบันพระปกเกล้าสถาบันพระปกเกล้าเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาการอบรม/สัมมนา การศึกษาวิจัย การให้บริการใดๆ การติดต่อระหว่างเครือข่ายทางวิชาการ ตลอดจนสนับสนุนงานตามพันธกิจของสถาบัน เพื่อเป็นการแสดงตัวตน เท่านั้นสถาบันพระปกเกล้าจะดำเนินการแจ้งให้เจ้าของข้อมูล รับรู้ ให้ความยินยอมผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นลายลักษณ์อักษร หรือตามวิธีการอื่นใดโดยการเก็บรวบรวม การใช้ ข้อมูลจะมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในรูปแบบที่เป็นเอกสาร รูปภาพ และ/หรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว สถาบันจะขอความยินยอมจากเจ้าของชัดแจ้งก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคล่อนไหวนั้นจะเข้าข้อยกเว้นตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายอื่นกำหนดไว้ข้อมูลส่วนบุคคลที่สถาบันจะเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผล ได้แก่1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปที่เป็นข้อมูลแสดงตัวตน (Identity Data) หมายถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของบุคคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ/นามสกุล อายุวัน/เดือน/ปีเกิด เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ภาพถ่ายจากล้อง วิดโอ และสือมัลติติมีเดียต่างๆ 2. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลชีวภาพ (ลายนิ้วมือ ข้อมูลใบหน้า)สถานภาพสมรส หรือข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลทางการแพทย์ เช่น หมูโลหิต โรคประจำตัว การแพ้ยา และอาหารเป็นต้น ที่จำเป็นต้องเก็บเพื่อให้บริการอันเป็นประโยชน์โดยตรงต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล นอกเหนือไปจากข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ระบุไว้แล้วข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชนทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่นใดที่ท่านได้สมัครใจเปิดเผยต่อสถาบัน ข้อมูลส่วนบุคคลที่รวบรวมอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และการติดต่อหรือความสัมพันธ์ของท่านกับสถาบันพระปกเกล้า3. ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ไอดีไลน์ ข้อมูลแอพพลิเคชันส่วนบุคคล4. ข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลอื่นใด ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องของกับการดำเนินการของสถาบันพระปกเกล้า เช่น รายได้ ค่าตอบแทน ยอดเงินและประวัติทางการเงิน หรือ รายงานข้อมูลการทำธุรกรรม เป็นต้น5. ข้อมูลการติดต่อกับสถาบัน (Communication Data) เช่น เทปบันทึกในกรณีที่ท่านเข้ามาติดต่อสถาบันผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งอาจเป็นภาพ ทั้งภาพนิงและภาพเคลื่อนไหว หรือเสียง ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ เป็นต้น หรือข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ว่าโดยการที่ท่านได้ให้ข้อมูลไว้ หรือที่สถาบันมีอยู่ หรือ ที่ได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นที่น่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานราชการและ/หรือเครือข่าย หรือที่ปรึกษาต่างๆ ของสถาบัน6. ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ และความชื่นชอบในการค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต(Technical and Usage Data) เช่น การค้นหาข้อมูลใดๆ ของสถาบัน (Website Browsing) จากการใช้คุ้กกี้หรือการเชื่อมต่อเว็บไซต์อื่นๆ ที่ใช้ค้นหาข้อมูล เป็นต้น7. ข้อมูลอุปกรณ์ เครื่องมือ เช่น IP Address MAC Address Cookies IDข้อมูลแอพพลิเคชั่นหรือวิธีที่ผู้ใช้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านลงชื่อเข้าใช้บริการ ให้ท่านสามารถเข้าถึงบัญชีของท่านโดยใช้อุปกรณ์ไร้สายหรือโทรศัพท์มือถือ หรือมีกับสถาบันพระปกเกล้า โดยอาจรวบรวมข้อมูลตามความสัมพันธ์ของท่านกับสถาบัน เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการให้บริการ
สถาบันพระปกเกล้าจะทำการเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของสถาบัน ได้แก่ การศึกษา การอบรม/สัมมนา การศึกษาวิจัยการจัดการศึกษา การให้บริการ การดำเนินกิจกรรม การติดต่อ แจ้งข่าวสาร ประสานงานต่างๆ ระหว่างเครือข่าย หรือ เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การจัดทำฐานข้อมูลนักศึกษาทำเนียบนักศึกษา ทำเนียบนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อมูลพนักงาน ลูกจ้าง เครือข่ายองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ดำเนินการ การวิเคราะห์ จัดการภายใน แก้ปัญหา และพัฒนากระบวนการดำเนินงานของสถาบันและเพื่อตรวจสอบ/ยืนยันตัวบุคคล เพื่อรักษาความปลอดภัยต่อบัญชีผู้ใช้บริการ และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ต้องทำมตามกฎหมาย และ/หรือเพื่อนฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยสถาบันจะจัดเก็บและใช้ข้อมูลดังกล่าวตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลหรือตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่มีวัตถุประสงค์ในการตลาด หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ทั้งนี้ สถาบันสถาบันพระปกเกล้าจะไม่กระทำการใดๆ ที่แตกต่างจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่
1. ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้แก่เจ้าของข้อมูลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
2. เป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
สถาบันพระปกเกล้าจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลโดยปราศจากความยินยอม และจะเปิดเผยข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสถาบันและการให้บริการตามข้อ 2สถาบันพระปกเกล้าอาจทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยสถาบันพระปกเกล้าจะดำเนินการให้ผู้ที่จะได้รับทราบข้อมูลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลของท่านในกรณีดังต่อไปนี้
1. เปิดเผยให้แก่หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือ
เป็นไปตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร กรมบังคับคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ
บุคคลใดๆ ตามที่กฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด
2. เปิดเผยตามคำร้องขอของหน่วยงานหรือองค์กรในต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานกำกับของประเทศไทยเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมาย หรือในกรณีเฉพาะอื่นๆ เช่น เป็นไปตามคำสั่งศาล รวมทั้งผู้สอบบัญชี เป็นต้น
3. เปิดเผยให้แก่ตัวแทน และผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลและ/หรือนิติบุคคลเหล่านี้ให้บริการแก่สถาบันพระปกเกล้าและท่าน (เช่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการบริษัท ร้านค้า โรงแรม สถาบันการเงิน ผู้รับจ้าง ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ให้บริการด้านต่างๆ อาทิ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บริษัทผู้ทำหน้าที่ประสานงานในการเดินทางเพื่อการสัมนา ผู้ทำหน้าที่จัดประชุม) และบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่สถาบันพระปกเกล้า ร่วมงานด้วยเพื่อการให้บริการอันเกี่ยวข้องกับผลิตภัตภัณฑ์และบริการของสถาบัน
4. เปิดเผยเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องของสถาบันพระปกเกล้า หรือการยกขึ้นต่อสู้ตามสัญญา
5. เปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอกตามที่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเปิดเผยเพื่อการทำธุรกรรม และ/หรือ การใช้บริการตามความประสงค์ของท่าน
สถาบันพระปกเกล้าจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลโดยปราศจากความยินยอม และจะเปิดเผยข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสถาบันและการให้บริการตามข้อ 2สถาบันพระปกเกล้าอาจทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยสถาบันพระปกเกล้าจะดำเนินการให้ผู้ที่จะได้รับทราบข้อมูลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลของท่านในกรณีดังต่อไปนี้
1. เปิดเผยให้แก่หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือ
เป็นไปตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร กรมบังคับคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ
บุคคลใดๆ ตามที่กฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด
2. เปิดเผยตามคำร้องขอของหน่วยงานหรือองค์กรในต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานกำกับของประเทศไทยเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมาย หรือในกรณีเฉพาะอื่นๆ เช่น เป็นไปตามคำสั่งศาล รวมทั้งผู้สอบบัญชี เป็นต้น
3. เปิดเผยให้แก่ตัวแทน และผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลและ/หรือนิติบุคคลเหล่านี้ให้บริการแก่สถาบันพระปกเกล้าและท่าน (เช่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการบริษัท ร้านค้า โรงแรม สถาบันการเงิน ผู้รับจ้าง ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ให้บริการด้านต่างๆ อาทิ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บริษัทผู้ทำหน้าที่ประสานงานในการเดินทางเพื่อการสัมนา ผู้ทำหน้าที่จัดประชุม) และบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่สถาบันพระปกเกล้า ร่วมงานด้วยเพื่อการให้บริการอันเกี่ยวข้องกับผลิตภัตภัณฑ์และบริการของสถาบัน
4. เปิดเผยเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องของสถาบันพระปกเกล้า หรือการยกขึ้นต่อสู้ตามสัญญา
5. เปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอกตามที่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเปิดเผยเพื่อการทำธุรกรรม และ/หรือ การใช้บริการตามความประสงค์ของท่าน
สถาบันพระปกเกล้าจะกำหนดมาตรการต่างๆ รวมถึงมาตรการด้านการรักษาความมันคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่พนักงานสถาบันพระปกเกล้าและบุคคอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้และตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล โดยพนักงานสถาบันจะปฏิบัติตามนโยบายฯและแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่สถาบันกำหนดไว้ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบายและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
สถาบันพระปกเกล้าคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลของท่านซึ่งเป็นสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยเจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย ได้แก่
1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Access) ท่านมีสิทธิขอทราบและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันพระปกเกล้า หรือขอให้สถาบันพระปกเกล้าเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมได้
2. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification) โดยเฉพาะการดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่สถาบันพระปกเกล้าไม่สามารถตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลดังกล่าวได้เอง เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
3. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability) ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านจากสถาบันพระปกเกล้า ในกรณีที่สถาบันพระปกเกล้าได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่าน หรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและละสามารถใช้หรือเปิดเผยได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้ง(ก) มีสิทธิขอให้สถาบันพระปกเกล้าส่งหรือโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นหากสามารถดำเนินการได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ(ข) ขอรับข้อมูลที่สถาบันพระปกเกล้าส่งหรือโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่สภาพทางเทคนิคไม่รองรับให้สามารถทำได้
4. สิทธิในการระงับ ลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restrict of Porcessing or Right toErasure) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้สถาบันพระปกเกล้า ระงับ ลบ หรือทำลาย เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป และท่านซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทำให้สถาบันพระปกเกล้าไม่มีสิทธิที่จะทำการประมวลผลได้
5. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับท่าน ในกรณีมีการนำข้อมูลไปใช้เปลี่ยนแปลงไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้ขอความยินยอมไว้ เช่น การสร้างเครือข่ายเฉพาะบุคคล หรือใช้ใช้ในเชิงพาณิชย์ ยกเว้นกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สถิติ หรือการจำเป็นเพื่อภารกิจอันเป็นประโยชน์สาธารณะ และเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
6. สิทธิในการถอนความยินยอม (Right to Withdraw of Consent) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับสถาบัน ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้
7. สิทธิในการร้องเรียน (Right to Lodge a Complaint) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องเรียนต่อสถาบันพระปกเกล้าในกรณีที่พนักงาน หรือบุคลากรของสถาบัน หรือบริษัทฯ ลูกจ้างหรือผู้รับจ้างสถาบันพระปกเกล้าที่ทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเจ้าของข้อมูลสามารถร้องขอใดๆ เพื่อการใช้สิทธิตามที่ได้กล่าวข้างต้น โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อสถาบันพระปกเกล้าเป็นลายลักษณ์อักษร หรือวิธีการใดๆ เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบฟอร์มที่สถาบันพระปกเกล้ากำหนด ผ่าน ช่องทางการติดต่อของสถาบัน ด้านล่าง ซึ่งสถาบันจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามความต้องการของท่านภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด นับแต่วันที่สถาบันพระปกเกล้าได้รับคำร้องดังกล่าว โดยสถาบันพระปกเกล้าจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล อนึ่ง ในกรณีที่ท่านขอให้สถาบันพระปกเกล้า ลบ ทำลาย จำกัดการประมวลผลข้อมูล ระงับการใช้ชั่วคราว เปลี่ยนแปลงข้อมูลมูลส่วนบุคคลในรูปแบบข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือถอนความยินยอม อาจทำให้เกิดข้อจำกัดกับสถาบันพระปกเกล้าในการดำเนินการ หรือให้บริการใดๆ แก่ท่านได้
สถาบันกำหนดนโยบายและมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งมาตรการในการบริหารจัดการ (Organizational Measure) และมาตรการเชิงเทคนิค (TechnicalMeasure) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Measure) เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของเจ้าของข้อมูลโดยมิได้รับอนุญาต หรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ระบบสารสนเทศในการรักษาความปลอดภัยนโยบายการรักษาข้อมูลความลับของผู้ใช้บริการ เป็นต้น และสถาบันจะปรับปรุงนโยบายและมาตรฐาน ดังกล่าวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และเป็นไปตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบบเทศโนโลยีและสารสนเทศของสถาบันพระปกเกล้า นอกจากนี้ พนักงาน ลูกจ้างของสถาบัน และผู้ให้บริการภายนอกผู้เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามสัญญาการเก็บรักษาความลับที่ได้ลงนามไว้กับสถาบันพระปกเกล้าและในกรณีที่สถาบันมีความจำเป็นต้องส่ง หรือโอนข้อมูลมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปต่างประเทศที่มีมาตรฐานการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลต่ำกว่าประเทศไทยสถาบันพระปกเกล้าจะดำเนินมาตรการตามที่เห็นว่าจำเป็นอย่างน้อยตามมาตรฐานการรักษาความลับที่กฎหมายของประเทศนั้นๆ กำหนดไว้ เช่น มีข้อสัญญารักษาความลับกับคู่สัญญาในประเทศดังกล่าว เป็นต้น
สถาบันพระปกเกล้าอาจไม่สามารถลบข้อมูลทั้งหมดของเจ้าของข้อมูลออกจากฐานข้อมูลของของสถาบันได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่มีข้อมูลที่เหลืออยู่เนื่องจากการสำรองข้อมูลและเหตุผลอื่นๆ สถาบันพระปกเกล้าจะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวตราบเท่าที่ข้อมูลนั้นยังจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ของการรวบรวมข้อมูล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลยุติการติดต่อกับสถาบันพระปกเกล้าไปแล้ว สถาบันพระปกเกล้าจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามวัตถุประสงค์ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่นกฎหมายว่าด้วยการบัญชี กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายภาษีอากร และตามแนวทางเรื่องการจัดเก็บและทำลายเอกสารต่างๆ ของสถาบันพระปกเกล้า และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาในการเก็บแล้วสถาบันพระปกเกล้าจะทำการลบทำลาย หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตังตัวบุคคลได้
สถาบันพระปกเกล้าอาจมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขเป็นระยะๆ โดยจะประกาศให้ทราบอย่างชัดเจนก่อนเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยจะแสดงนโยบายฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บนเว็บไซต์ของสถาบันพระปกเกล้า www.kpi.ac.th
หากท่านต้องการติดต่อหรือมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช่หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การใช้สิทธิตามข้อ 6 หรือถอนความยินยอม หรือมีข้อร้องเรียนใดๆ ท่านสามารถติดต่อสถาบันพระปกเกล้า ได้ดังช่องทางต่อไปนี้
ㆍสถาบันพระปกเกล้า สถานที่ติดต่อ เลขที่ 120 หมู่ 3 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
ㆍโทร. ศูนย์เทคโนโลยีและสารสนเทศ 02-1419516
ㆍเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสถาบัน (Data Protection Officer)
ㆍเว็บไซต์สถาบัน www.kpi.ac.th
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 5
ฝั่งทิศใต้ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
หมายเลขโทรศัพท์ภายใน: 02-141-9600
อีเมล: webmaster@kpi.ac.th
@ 2019 King Prajadhipoks Institute The Government Complex Commemorating All Right Reserved.